ครม.อนุมัติให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ผู้มีรายได้น้อย


ครม.อนุมัติให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ผู้มีรายได้น้อยไม่เกินรายละ 50,000บาท


ผ่อน 5 ปี ไม่คิดดอกเบี้ยปีแรก วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองตามแนวทางประชารัฐ ใช้งบประมาณรวม 2 หมื่นล้านบาท เป้าหมายเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ในชุมชนเมือง ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน ถึง 9 ล้านคน โดยจะเป็นการดำเนินการผ่านธนาคารออมสินใน 3 มาตรการ

ประกอบด้วย


1.มาตรการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน

2.มาตรการประชารัฐเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินประชาชน

3.โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างความรู้ทางการเงินแก่ผู้ประกอบอาชีพรายย่อยในชุมชนเมือง


เครดิต: 

http://www.posttoday.com/economy/finance/446305
http://www.gsb.or.th/index.aspx

ธอส.เตรียมวงเงิน 65,000 ล้านบาท เดินหน้าคนไทยมีบ้าน

ธนาคารอาคารสงเคราะห์



ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เดินหน้าพันธกิจหลัก “ทำให้คนไทยมีบ้าน” จัดสรรกรอบวงเงินรวม 65,000ล้านบาท จัดทำ 4 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ รองรับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย นำโดย “โครงการบ้าน ธอส. เพื่อสานรัก ปี 2559” วงเงินให้กู้สูงสุดรายละไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยต่ำ 2.99% ต่อปี นาน 2 ปีแรก นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษประจำไตรมาส 3 ประกอบด้วย สินเชื่อสำหรับลูกค้ากลุ่มบุคลากรภาครัฐและกลุ่มสวัสดิการไม่มีเงินฝาก อัตราดอกเบี้ย ปีแรก 3% ต่อปี สินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไป อัตราดอกเบี้ยปีแรก 3.25% ต่อปี และสินเชื่อสำหรับลูกค้าโครงการ FAST TRACK/ REGIONAL FAST TRACK และลูกค้ารายย่อยโครงการ POST FINANCE ที่เข้าร่วมโครงการกับธนาคาร อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 – 3 เท่ากับ MRR-3% ต่อปี

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสาขาอาชีพได้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลายเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มรายได้ ทุกกลุ่มสาขาอาชีพ โดยเตรียมวงเงิน 5,000 ล้านบาท จัดทำ โครงการบ้าน ธอส. เพื่อสานรัก ปี 2559 ให้กู้สำหรับประชาชนที่มีรายได้รวม ไม่เกิน 90,000 บาท/เดือน วงเงินให้กู้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 - 2 เท่ากับ 2.99% ต่อปี ปีที่ 3 - 4 เท่ากับ 4.00% ต่อปี ปีที่ 5 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. เท่ากับ 6.75% ต่อปี) วัตถุประสงค์ให้กู้เพื่อซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร หรือกรณีเป็นลูกค้าเดิมของ ธอส.และมีคุณสมบัติตามโครงการนี้ สามารถขอกู้เพื่อต่อเติม ขยาย หรือซ่อมแซมอาคารได้เช่นกัน ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 30 ปี สำหรับลูกค้าที่ขอกู้วงเงิน 2 ล้านบาท ผ่อนชำระเริ่มต้น 2 ปีแรก เพียง 9,600 บาท/เดือนเท่านั้น สามารถยื่นคำขอกู้และ ทำนิติกรรมได้แล้วตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2559 หรือภายใต้กรอบวงเงินที่ธนาคารกำหนด

“สำหรับโครงการบ้าน ธอส. เพื่อสานรัก นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประชาชนให้การตอบรับมาเป็นอย่างดี โดยหลังจากเริ่มจัดทำโครงการมาตั้งแต่ปี 2557 ธนาคารสามารถปล่อยกู้เป็นวงเงินรวมถึง 10,800 ล้านบาท สร้างโอกาสให้ คนไทยได้มีบ้านแล้วได้ถึง 13,000 ราย และปีนี้ธนาคารได้ปรับเพิ่มวงเงินให้กู้สูงสุดจากเดิมไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ปรับเป็นไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับราคาที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยมั่นใจว่าจะช่วยทำให้คนไทยมีบ้านได้ง่ายยิ่งขึ้น” นายฉัตรชัยกล่าว

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้จัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ประจำไตรมาส 3/2559 รองรับความต้องการของลูกค้าประชาชนทุกระดับรายได้และทุกสาขาอาชีพ ประกอบด้วย 1.สินเชื่อสำหรับลูกค้ากลุ่มบุคลากรภาครัฐและกลุ่มสวัสดิการไม่มีเงินฝาก (กรอบวงเงิน 30,000 ล้านบาท) อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 เท่ากับ 3.00% ต่อปี ปีที่ 2 เท่ากับ 4.50% ต่อปี ปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี2.สินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไป (กรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท) อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 เท่ากับ 3.25% ต่อปี ปีที่ 2 เท่ากับ 4.50% ต่อปี ปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี 3.สินเชื่อสำหรับลูกค้าโครงการ FAST TRACK/ REGIONAL FAST TRACK และลูกค้ารายย่อยโครงการ POST FINANCE ที่เข้าร่วมโครงการกับธนาคาร (กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท) อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 – 3 เท่ากับ MRR-3.00% ต่อปี ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี สามารถยื่นกู้ได้แล้วตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 และทำนิติกรรมภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2559 หรือภายใต้กรอบวงเงินที่ธนาคารกำหนด

ลูกค้าที่สนใจสามารถขอรับคำปรึกษาหรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th และ Facebook fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ฝ่ายสื่อสารองค์กร
21 กรกฎาคม 2559

ให้เช่าคอนโด ริทึ่ม สาทร RHYTHM Sathorn ใกล้ BTS สะพานตากสิน


ให้เช่าคอนโด ริทึ่ม สาทร RHYTHM Sathorn ชั้น 10 พื้นที่ 35.40 ตรม.

รับฝากขายคอนโดฟรี,ฝากเช่าคอนโดฟรี,รับฝากขายบ้าน,รับฝากขายที่ดิน



















ข้อมูลทรัพย์สิน

ที่ตั้ง :  ซอยสาทร 21 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม.

รายละเอียด :  
ให้เช่าคอนโด ริทึ่ม สาทร RHYTHM Sathorn 
ชั้น 10 พื้นที่ 35.40 ตรม.
1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
ตกแต่งสวย พร้อมเข้าอยู่

สถานที่ใกล้เคียง/จุดเด่น :  
- ใกล้ BTS สะพานตากสิน


ชมภาพคลิ๊กที่ :
ตำแหน่งแผนที่ google : 


ให้เช่า 20,000 /เดือน
สัญญาเช่า 1 ปี 
ค่าประกัน 2 เดือน 
จ่ายล่วงหน้า 1 เดือน



สนใจสอบถามและนัดชมได้ที่
คุณภาวิช 094-656-1965 
Line: era4u
pawit15@hotmail.com


PR Real Estate 
บริการรับฝากขายให้เช่าที่ดิน บ้าน คอนโด ฟรี
http://prrealestates.blogspot.com
www.facebook.com/prrealestate9654
#pr456 #pr789 #PRREALESTATE

ขายและให้เช่าคอนโด ดีคอนโด รามอินทรา พร้อมเข้าอยู่


ขายและให้เช่าคอนโด ดีคอนโด รามอินทรา  ชั้น 2 พื้นที่ 30 ตรม.

ขาย,ให้เช่า,ขายคอนโด,ดีคอนโด,รามอินทรา,ท่าแร้ง,บางเขน
รับฝากขายคอนโดฟรี,ฝากเช่าคอนโดฟรี,รับฝากขายบ้าน,รับฝากขายที่ดิน






ข้อมูลทรัพย์สิน

ที่ตั้ง :  รามอินทรา (ปากซอยรามอินทรา 47) แขวง ท่าแร้ง เขต บางเขน กรุงเทพมหานคร

รายละเอียด :  
ขายและให้เช่าคอนโด ดีคอนโด รามอินทรา  
ชั้น 2 พื้นที่ 30 ตรม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
ตกแต่งสวย พร้อมเข้าอยู่

สถานที่ใกล้เคียง/จุดเด่น :  
- ใกล้ทางด่วนรามอินทราอาจณรงค์
- ใกล้ห้างฟูดแลนด์รามอินทรา
- ใกล้แฟชั่นไอซ์แลนด์

ชมภาพคลิ๊กที่ :
ตำแหน่งแผนที่ google : 13.853456, 100.636095

ราคาขาย 1,400,000-.  (xxxx.-/ตร.ว )
ให้เช่า 6,500 /เดือน



สนใจสอบถามและนัดชมได้ที่
คุณภาวิช 094-656-1965 
Line: era4u
pawit15@hotmail.com


PR Real Estate 
บริการรับฝากขายให้เช่าที่ดิน บ้าน คอนโด ฟรี
http://prrealestates.blogspot.com
www.facebook.com/prrealestate9654
#pr456 #pr789 #PRREALESTATE

โครงการบ้าน ธอส. เพื่อข้าราชการ


ธอส. เตรียมวงเงิน 30,000 ล้านบาท จัดทำ “โครงการบ้าน ธอส. เพื่อข้าราชการ” อัตราดอกเบี้ย MRR – 3.5% ต่อปี เท่ากับ 3.25% ต่อปี นาน 4 ปีแรก กู้ 1 ล้าน ผ่อน 4,800 บาท/เดือน






ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เดินหน้าพันธกิจหลัก : ทำให้คนไทยมีบ้าน เตรียมวงเงิน 30,000 ล้านบาท จัดทำ “โครงการบ้าน ธอส. เพื่อข้าราชการ” สร้างโอกาสให้ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ บุคลากรทางการศึกษา และพนักงานรัฐวิสาหกิจ มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ง่ายยิ่งขึ้น อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR – 3.5% ต่อปี นาน 4 ปีแรก (อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 3.25% ต่อปี คิดจาก MRR ธอส.ปัจจุบัน เท่ากับ 6.75% ต่อปี) เปิดรับยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2559

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างโอกาสให้คนไทยมีบ้าน โดยได้เล็งเห็นความสำคัญเรื่องการมีที่อยู่อาศัยของกลุ่มข้าราชการ ทหาร ตำรวจ บุคลากรทางการศึกษา และพนักงานรัฐวิสาหกิจ จึงได้เตรียมวงเงิน 30,000 ล้านบาท จัดทำ “โครงการบ้าน ธอส. เพื่อข้าราชการ” เพื่อสนับสนุนให้ข้าราชการไทยปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ ประชาชน และเพื่อตอบแทนความร่วมมือและเป็นกำลังใจให้กับความมุ่งมั่นเพื่อสังคมไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 - 4 เท่ากับ MRR – 3.5% ต่อปี (หรือ 3.25% ต่อปี) คิดจาก MRR ธอส.ปัจจุบัน เท่ากับ 6.75% ต่อปี ปีที่ 5 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ คิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR - 1% ต่อปี (กรณีซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกฯคิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR) ให้กู้เพื่อซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ขยาย ซ่อมแซม ไถ่ถอน ซื้อที่ดินเปล่าที่เป็นทรัพย์ NPA ของ ธอส.พร้อมปลูกสร้าง กู้ชำระหนี้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยและซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย วงเงินให้กู้สูงสุดไม่เกิน 100% ของราคาประเมิน หรือราคาซื้อขาย (พิจารณาราคาที่ต่ำกว่า) ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 30 ปี

โครงการบ้าน ธอส.เพื่อข้าราชการ นับเป็นผลิตภัณฑ์ด้าน Social Solution ของธนาคารที่ต้องการดูแลกลุ่มผู้ด้อยโอกาสให้เข้าถึงระบบการเงินเพื่อที่อยู่อาศัย ครอบคลุมกลุ่มลูกค้า ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งการกำหนดอัตราดอกเบี้ย MRR – 3.5% ต่อปี นานถึง 4 ปี จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยให้กลุ่มข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ง่ายยิ่งขึ้น

สามารถยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2559 ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th และ Facebook fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ฝ่ายสื่อสารองค์กร
1 กรกฎาคม 2559



ค่าธรรมเนียมการโอนบ้านและที่ดิน

ค่าธรรมเนียมการโอนบ้านและที่ดิน



ค่าใช้จ่าย ในการซื้อขายบ้าน ที่ดิน ณ กรมที่ดินมีรายการที่จะต้องเสียดังต่อไปนี้

  • ค่าธรรมเนียมการโอน 2% 
ของราคาประเมินหรือราคาขาย ราคาไหนสูงกว่าก็ใช้ราคานั้นคิด
  • ค่าอากร 0.5%
ของราคาซื้อขาย แต่ไม่ต่ำกว่าราคาประเมิน ถ้าต่ำกว่าให้ใช้ราคาประเมินคำนวณ
  • ค่าภาษี ธุรกิจเฉพาะ 3.3% 
ของราคาขาย ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะนี้ จะคิดกับอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อมาแล้วขายออกไปภายในเวลา ไม่เกิน 5 ปี (หากมีการย้ายทะเบียนบ้านเจ้าบ้านเข้าอยู่ เกินกว่า 1 ปี ได้รับยกเว้นค่าภาษีนี้) ทรัพยสินที่เสียค่าภาษีธุรกิจเฉพาะนี้แล้ว ไม่ต้องเสียค่าอากรในข้อ 2
  • ค่าภาษีเงินได้ (ภงด.) มีการคิดแบบ ขั้นบันไดภาษี หักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามจำนวนปีถือครอง (หลายขั้นตอน)


  • ค่าจดจำนอง หากบ้าน หรือที่ดิน  จำนองต่อกับธนาคาร จะเสียค่าจำนอง 1% ของมูลค่าจำนอง 
  • ค่าอื่นๆ เช่น ค่าคำขอ 20บาท ค่าอากรตาม ป.37 5 บาท ค่าพยาน 20บาท




การคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ 
  • ค่า ภงด.จะต้องหาราคาประเมินที่ดิน ราคาประเมินสิ่งก่อสร้าง จำนวนปีถือครองแล้ว มาหักค่าเสื่อม ฯลฯ อีกหลายขั้นตอน ลองคิดแบบโดยประมาณ คร่าวๆ คือ คชจ.ทั้งหมดยกเว้น ข้อ5 . ให้คำนวณจากราคาประเมิน คูณ 5%)
  • หรือ คำนวณค่าใช้จ่ายการโอนของกรมที่ดิน




ข้อมูลค่าธรรมเนียมการโอนบ้านที่ดิน/คอนโด

มีคำถามเรื่องค่าธรรมเนียมการโอนอยู่บ่อยๆ รวบรวมข้อมูลมาไว้ที่เดียวกัน 

ค่าธรรมเนียมการโอน:

1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ( หัก ณ ที่จ่าย ) = ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

2. ค่าธรรมเนียมการทำนิติกรรม ( ค่าโอน ) = 2 % จากราคาประเมินของกรม

3. ค่าจดจำนอง ( กรณีจำนองกับสถาบันการเงิน ) = 1% ของมูลค่าที่จำนอง (จำนวนที่กู้ทั้งหมด)

4. ค่าอากรแสตมป์ (ชำระอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง อากรแสตมป์ หรือธุรกิจเฉพาะ) = 0.50% ตามราคาซื้อขายแต่ ไม่ต่ำกว่าราคาประเมินของกรม

5. ภาษีธุรกิจเฉพาะ ( ไม่ต้องชำระหากถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านเกินหนึ่งปี) = 3.3% ของราคาซื้อขายที่ไม่ต่ำกว่าราคาประเมินของกรม


  • โดยทั่วไปค่าภาษีเงินได้ ผู้ขาย ควรเป็นผู้ออก
  •  ส่วนค่าจดจำนอง ผู้ซื้อ ควรเป็นผู้ออก 
  • ส่วนค่าธรรมเนียมส่วน อื่น แล้วแต่ตกลงกัน ว่าใครจะออกเท่าใด (จะออกคนละครึ่งหรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดออกทั้งหมด)   
  • แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นไม่ได้มีกฎตายตัวว่าใครต้องออกส่วนใดบ้าง ขึ้นอยู่กับการตกลงกัน ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เช่น ผู้ขายบางรายอาจให้ผู้ซื้อออกค่าโอนและค่าภาษีทุกอย่าง หรือ ผู้ขายบางรายอาจเป็นคนออกทั้งหมด (โดยที่ผู้ขายได้บวกค่าโอนต่างๆ เหล่านี้ไปในราคาขายแล้ว)
  • ทั้งนี้ผู้ซื้อและผู้ขายควรตกลงเรื่องค่าธรรมเนียมการโอนต่างๆ ก่อนทำการตกลงซื้อขายหรือก่อนทำสัญญาจะซื้อจะขาย เพราะอาจมีการโต้เถึยงเกิดขึ้นได้ในวันโอน 

         ทางที่ดีควรรวมรายละเอียดค่าธรรมเนียมการโอนไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายด้วยเพื่อป้องกันการโต้เถียงกันภายหลังและไม่สามรถซื้อขายกันได้แม้อยู่ที่กรมที่ดินแล้วก็ตาม        

         ผู้ซื้อบ้านจากโครงการ ก็ควรอ่านรายละเอียดในสัญญาจะซื้อจะขายส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมการโอนให้ละเอียด บางโครงการที่ไม่ค่อยรับผิดชอบ มักปัดภาระมาให้ผู้ซื้อออกค่าใช้จ่ายในการโอนทั้งหมด ซึ่งดูไม่ค่อยจะยุติธรรมสำหรับผู้ซื้อเท่าไหร่


คำนวณภาษีการขายอสังหาริมทรัพย์โดยกรมที่ดิน:


ค่าธรรมเนียมการโอนบ้านและที่ดิน


กระทู้ถามตอบข้อสงสัย

- ค่าธรรมเนียมการโอน 2% ของราคาประเมิน
- ค่าอากรแสตมป์ ถือครองเกิน 5 ปีคิด 0.5% ของราคาที่สูงกว่า
แต่ถ้าไม่ถึง 5 ปีจะไม่คิด ให้ไปเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทน
- ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ คิดเฉพาะถือครองไม่ถึง 5 ปี
คิดที่ 3.3% ของราคาที่สูงกว่า ถ้าเสียตรงนี้ก็ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์
- ภาษีเงินได้ของผู้ขาย คิดตามปี ต้องไปดูรายละเอียดการคำนวนต่างหาก
- ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินจำนอง (กรณีขอสินเชื่อธนาคาร)

คือ ต้องแยกรายละเอียดก่อนว่าค่าอะไร
บางอันคิดจากราคาประเมิน บางอันคิดจากราคาสูงสุดระหว่างราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย

ค่าธรรมเนียมการโอนก็คิดจาก ยอดเงินซื้อขายครับ แต่.....
แต่มันมีพวกหัวใสครับ แจ้งยอดซื้อขายถูกๆ หรือไม่ก็แจ้งว่าโอนให้เฉยๆไม่คิดเงิน
เลยต้องมีราคากลางขึ้นมาครับ เพื่อป้องกันว่า ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม รัฐจะต้องเก็บค่าธรรมเนียมได้ไม่ต่ำกว่าราคากลาง (ราคากลางก็คือราคาประเมิน)

ตามปกติที่ถูกต้องตามกฏหมาย เจ้าหน้าที่ที่ดินจะต้องสอบถามราคาซื้อขายครับ
และเทียบกับราคาประเมิน ถ้าตัวไหนสูงกว่าให้เอาราคาตัวนั้นมาคิดค่าธรรมเนียมครับ
แต่ในทางปฏิบัติจริง เวลาโอนมักจะซิกแซกกันเป็นโอนในราคาประเมินไปเลย (เพราะเป็นราคาต่ำสุด ต่ำกว่านี้ไม่ได้แล้ว)  เพื่อจะได้เลี่ยงเสียค่าโอนกันถูกๆครับ



สรุปอีกทีคือ

1. ถ้าเป็นการโอนที่มีคนอำนวยความสะดวกให้เช่นการโอนบ้านแล้วติดจำนองของแบงค์ ปกติแบงค์เค้าจะอำนวยความสะดวกเคลียร์หน้าเสื่อให้แล้ว ดังนั้นค่าโอนจึงมักจะคิดจากราคาประเมินครับ

2. ถ้าเป็นการโอนกันเอง กรณีทั้งคนซื้อและคนขายไม่รู้เรื่องมาก่อน(มือใหม่ทั่วคู่) ก็จะโดนเจ้าหน้าที่ถามราคาซื้อขาย ถ้าดันตอบไปแพงกว่าราคาประเมินก็จะโดนค่าธรรมเนียมจากราคาซื้อขายครับ ถ้าตอบถูกกว่าราคาประเมินก็ได้ราคาประเมินครับ

3. ถ้าเป็นการโอนกันเอง และคนซื้อหรือคนขายรู้มาก เตี๊ยมกันมาก่อนและมีการเช็คราคาประเมินเรียบร้อย ถ้าโดนถามก็บอกราคาไปให้ต่ำกว่าราคาประเมิน เจ้าหน้าที่เค้าก็จะใช้ราคาประเมินคิดค่าธรรมเนียมครับ
----------------------
ส่วนค่าอื่นๆ ก็คิดตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริงครับ


- ค่าอากรแสตมป์ 

ปกติจะตามราคาซื้อขายจริงเท่านั้นครับ เว้นแต่ซื้อขายกันต่ำกว่าราคาประเมินจริงๆ(เน้นว่าจริงๆ) ถึงจะใช้ราคาประเมินครับ (อันที่จริงมันก็หลักการราคาอันไหนสูงกว่าเอาอันนั้นเหมือนเดิม)

เพราะอากรแสตมป์ ปิดตามราคาซื้อขายเพื่อประโยชน์ของคนซื้อและคนขายครับ ถ้าปิดต่ำกว่าเกิดคนซื้อเบี้ยวขึ้นมาคนซื้อสามารถจ่ายเงินแค่เฉพาะตามจำนวนที่ปิดอาการแสตมป์ได้ครับ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นคนขายไม่สามารถไปฟ้องร้องอะไรได้ด้วยนะครับ เพราะศาลถือราคาซื้อขายตามอากรแสตมป์ที่ติดครับ (ในทางเดียวกันถ้าติดเกิน คนขายก็โกงคนซื้อได้ โดยฟ้องเรียกเงินเพิ่มได้)


- ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ 

คิดเฉพาะถือครองไม่ถึง 5 ปี คิดที่ 3.3% ของราคาที่สูงกว่า ถ้าเสียตรงนี้ก็ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์

เห็นไหมครับว่าตรงนี้ก็เข้าหลักการเดิมคืออันไหนสูงกว่าเอาอันนั้น เพราะภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีของสรรพภากรครับ(จึงมั่วราคาไม่ได้ ไม่เหมือนค่าโอนที่ไม่มีบทลงโทษอะไร) ลองมั่วราคาไปสิครับโดยภาษีย้อนหลังอาน เพราะเงินซื้อขายมันไม่ใช่จำนวนน้อยๆ มันมีหลักฐานหาได้อยู่แล้วว่าซื้อขายกันเท่าไหร่

- ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินจำนอง
อันนี้ตรงๆครับ ค่าธรรมเนียมจดจำนอง ก็ย่อมขึ้นกับยอดจำนอง




ขอบคุณครับ

- Copyright © PR RealEstate รับฝากขายบ้าน-ที่ดิน ฝากเช่าคอนโด จัดหาอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ - Skyblue - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -