อสังหาฯ 9 เดือน เปิดคอนโดสูงประวัติการณ์




นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยถึง กรณีที่มีผู้ประกอบการอสังหาฯแนวราบรายกลาง-เล็ก บางรายที่หันไปสนใจพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมนั้น ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีการแข่งขันที่สูง อีกทั้งมีความยุ่งยากตั้งแต่การหาซื้อที่ดิน และการก่อสร้างโครงการ ที่ต้องขอการสนับสนุนสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ที่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยผ่านการพิจารณา ถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญ และเรื่องการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะผ่านการพิจารณา

นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ราคาประเมินที่ดินที่ประกาศใช้เมื่อกลางปี 2555 ส่งผลให้มีการ เมกราคาที่ดินสูงเกินจริง

นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การขาดแคลนแรงงานยังเป็นปัญหาสำคัญของธุรกิจอสังหาฯ แต่ผู้ประกอบการก็ได้ปรับตัวอย่างต่อเนื่องด้วยการนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมาใช้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการใช้แรงงานและระยะเวลาก่อสร้าง เพื่อให้ส่งมอบบ้านให้ลูกค้าได้เร็วขึ้นตามระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้นจึงอยากให้ภาครัฐช่วยแก้ไขเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวข้ามเขตให้สะดวกขึ้น และต้องดำเนินการในขั้นตอนการนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศให้สะดวกและรวดเร็วขึ้นโดยเฉพาะเรื่องการพิสูจน์สัญชาติ ขณะเดียวกันก็อยากให้มีการฝึกฝีมือแรงงานก่อสร้างที่เป็นคนไทยรวมทั้งการขึ้นทะเบียนวิชาชีพเพื่อยกระดับฝีมือให้มากขึ้น

นายอิสระกล่าวว่า ส่วนตัวเลขการเปิดคอนโดมิเนียมใหม่ในช่วง 9 เดือนนั้นมีกว่า 40,000 ยูนิต คิดเป็น 66% ของที่อยู่อาศัยที่เปิดใหม่ทั้งหมด ถือว่าสูงสุดตั้งแต่มีประเทศไทย ขณะที่แนวราบมีการเปิดเพียง 33% หรือประมาณ 30,000 ยูนิตเท่านั้น โดยสาเหตุที่มีการเปิดคอนโดฯในสัดส่วนที่มากนั้นเนื่องจากผู้ประกอบการแนวราบไม่มีความพร้อมจากสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่วนยอดโอนที่อยู่อาศัยในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ (มกราคม-กรกฎาคม) อยู่ที่ 85,336 ยูนิต ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6% แบ่งเป็นแนวราบ 48,469 ยูนิต และแนวสูง 36,867 ยูนิต ทั้งนี้่ คาดว่าทั้งปียอดโอนน่าจะอยู่ที่ 160,000 ยูนิต

นายอิสระกล่าวว่า ส่วนเรื่องผังเมืองใหม่ กทม.ที่จะประกาศใช้ในปีหน้านั้นไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะไม่ได้กำหนดเรื่องข้อห้ามความสูงของอาคาร แต่ให้ใช้เรื่อง FAR หรืออัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินแทน ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการหันไปพัฒนาที่ดินย่านชานเมือง และหัวเมืองใหญ่แทน ทำให้ตลาดคอนโดฯในพื้นที่ดังกล่าวบูมขึ้น

นายฐิติวัจน์ สุวิวัฒน์ชัย ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 27 กล่าวว่า งานดังกล่าวจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11-14 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดว่าจะมีผู้ชมงานกว่า 100,000 คน มียอดขายในงานกว่า 3,000 ล้านบาท

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า จากการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ไตรมาส 3 ปี 2555 พบว่าค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันมีค่าเท่ากับ 51.3 ปรับตัวลดลงจากไตรมาส 2/2555 ซึ่งดัชนีมีค่าเท่ากับ 55.8 สาเหตุเนื่องจากไม่มั่นใจเรื่องสภาพอากาศและการขาดแคลนแรงงาน


นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ผลสำรวจค่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ไตรมาส 3/2555 พบว่า มีค่าเท่ากับ 51.3 ปรับตัวลดลงจากไตรมาส 2 ซึ่งดัชนีมีค่าเท่ากับ 55.8 หากแยกประเภทผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 54.9 ลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งมีค่าดัชนี 62.8 ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทที่จดทะเบียนมีค่าดัชนีความเชื่อมั่นเท่ากับ 47.8 ปรับลดลงจากไตรมาส 2 ที่มีค่าดัชนี 48.8


“ค่าดัชนีในไตรมาส 3 แม้จะปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว แต่ยังมีค่าสูงกว่าค่ากลาง หมายความว่าผู้ประกอบการยังมีความเชื่อมั่นในเชิงบวกอยู่ แต่มองสถานการณ์ไม่สดใสเท่าเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่มีฝนตกชุกในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และข่าวอุทกภัยในจังหวัดอื่นๆ” นายสัมมากล่าว

นายเดชา ตั้งสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่น้ำ เรสซิเดนท์ จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมช่วงปลายปี 2554 ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความต้องการบ้านหลังที่ 2 โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 จะทำให้ไทยกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางธุรกิจที่สำคัญ เนื่องจากราคาอสังหาฯ ยังต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน จึงเตรียมพัฒนาโครงการเพื่อรองรับความต้องการจากต่างชาติอีกด้วย

       นายฐิติวัจน์ สุวิวัฒน์ชัย ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 27 กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ระหว่างวันที่ 11-14 ต.ค.2555 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีผู้ประกอบการนำโครงการมาร่วมออกบูธมากกว่า 600 โครงการ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานมากกว่า 100,000 คน มียอดขายในงานประมาณ 3,000 ล้านบาท และหลังจากงานอีกประมาณ 3,000 ล้านบาท.


ที่มา:http://www.matichon.co.th