ทิศทางอสังหาริมทรัพย์ปี 2556 จะรุ่งหรือร่วง ?





เปิดข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ปี 2556 

ฟันธง! ราคาบ้าน และคอนโด ขึ้นอีก 5-10% หลังต้นทุนค่าก่อสร้างและต้นทุนที่ดินแพงขึ้น

การสำรวจความคิดเห็นจาก 3 สมาคมด้านอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และนายกสมาคมอาคารชุดไทย พบว่ามีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ว่าราคาบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดจะมีการปรับตัวสูงขึ้น ในปี 2556 อย่างแน่นอน

โดย นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า ตลาดทาวน์เฮ้าส์มีปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนอยู่ 3 ปัจจัย คือ

1. ราคาที่ดิน ที่ปรับขึ้นตามราคาประเมินใหม่

2. ค่าก่อสร้าง ค่าถมดิน ค่าสาธารณูปโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น

3. ค่าจ้างผู้รับเหมา ที่ปรับราคาขึ้น เนื่องจากแรงงานก่อสร้างขาดแคลน

ซึ่ง ทั้ง 3 ปัจจัยดังกล่าว จะส่งผลให้ราคาทาวน์เฮ้าส์สูงขึ้น เช่น ในปี 2555 พื้นที่ย่านรังสิต คลองหลวง บางบัวทอง ยังพอมีทาวน์เฮ้าส์ราคา 1 ล้านบาท บนที่ดิน 16-18 ตารางวา อยู่บ้าง แต่ในปี 2556 ราคาจะปรับขึ้นเป็น 1.3 – 1.5 ล้านบาท เป็นต้น

ขณะที่ นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ตลาดบ้านเดี่ยวเองก็มีต้นทุนในการพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น แม้ว่าในปี 2555 จะยังพอหาบ้านเดี่ยวในราคา 2.8 – 2.9 ล้านบาท ได้แถว ๆ ปทุมธานี ลำลูกกา แต่ในปัจจุบันจะพบว่า ในขนาดพื้นที่เท่าเดิม จะต้องมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นเป็น 3 – 3.1 ล้านบาท เนื่องจากมีต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และอื่น ๆ

นอกจากนี้ นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย ก็เปิดเผยเช่นกัน ว่า ตลาดคอนโดมิเนียม ถูกจำกัดด้วย 2 ปัจจัยหลัก คือ
1. ผู้รับเหมาก่อสร้างและแรงงานก่อสร้างขาดแคลน ทำให้ค่าจ้างสูงขึ้น

2. ข้อจำกัดของผังเมืองรวม กทม. ฉบับใหม่ ซึ่งจะประกาศใช้ในเดือนพฤษภาคม 2556

ซึ่ง อาจทำให้ราคาคอนโดมิเนียม ที่ยังเคยหาได้ประมาณ 8-9 แสนบาท อาจต้องปรับตัวสูงขึ้นเป็นอย่างน้อย 1 ล้านบาท ขึ้นไป ทั้งนี้ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะปรับขึ้น คาดว่าจะอยู่ที่ 5 – 10%







ปีมะเส็ง 2556 เป็นปีที่มาพร้อมกับพลังของธาตุน้ำในราศีบน 
เราอาจเรียกว่าเป็น “ปีพญางูน้ำ” ก็ได้


อ.มาศ เคหาสน์ธรรม เจ้าของสมญา ซินแสไฮเทค กล่าวว่า “วันที่เป็นปีใหม่ทางพลังงานที่แท้จริงในปีนี้ และพลังงานประจำปีเริ่มเปลี่ยนเข้าสู่ปีมะเส็งคือ วันที่ 22 ธันวาคม 2555 เวลา 09.11 น. ซึ่งเป็นวันที่โลกเริ่มโคจรจากจุดไกลสุดเข้าหาดวงอาทิตย์ ถือว่าพลังจากปีมะโรง เปลี่ยนเป็นพลังของปีมะเส็งตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่วันตรุษจีนอย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจ”

พลังของราศีฟ้าประจำปีนี้คือ ธาตุน้ำหยิน ส่วนพลังของราศีดินคือ นักษัตรมะเส็ง ธาตุไฟหยิน ไท้ส่วยประจำปีคือ นักษัตรมะเส็ง
ปีหน้านี้ถือเป็นปีที่ 8 ของฮวงจุ้ยยุค 8 ดาวเหินประจำปีคือดาว 5 เข้าสู่พื้นที่กลาง ชักนำโชคลาภมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (ดาว 8) และทิศใต้ (ดาว 9)

เสริมพลังให้ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ด้วยการใช้พลังของธาตุไฟมาเสริม ให้ตกแต่งด้วยสีเหลือง ส้มให้โดดเด่น ใช้โคมไฟช่วยเสริมพลัง จะช่วยให้มีโชคตลอดทั้งปี โดยจะต้องตั้งตามฤกษ์ที่ดี จึงจะมั่นใจว่าได้ผลจริง

หากอยากเสริมพลังเรื่องตำแหน่ง ยศศักดิ์ ให้ตั้งช้างโลหะ หรืออาจใช้พัดลมทองเหลือง นาฬิกาลูกตุ้ม แมวกวักสีโลหะแบบที่แขวนแกว่งได้ ไว้ที่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพื่อรับความช่วยเหลือจากผู้อุปถัมภ์ และการยอมรับจากเจ้านายให้มั่นใจในเส้นทางการงานอันราบรื่น

สำหรับบ้านที่มีเด็ก ต้องการจะเสริมพลังเรื่องการศึกษา ให้ตั้งโต๊ะหนังสือไว้ตรงทิศตะวันออก หรือทิศใต้ หรือจะนำไผ่กวนอิม 4 กิ่ง แช่น้ำ มาตั้งไว้แทนก็ได้

ส่วนคนที่อยากเสริมพลังเรื่องความรัก ให้นำแจกันดอกไม้สดแช่น้ำ มาตั้งไว้ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วให้หมั่นเปลี่ยนดอกไม้ใหม่เป็นประจำทุกอาทิตย์

คนที่อยากเสริมพลังเรื่องลาภลอย ธุรกิจระหว่างประเทศ การเดินทาง การปรับตัว ความก้าวหน้า ให้หาน้ำพุ มาตั้งไว้ที่ทิศเหนือ ตามฤกษ์ โดยให้เลือกน้ำพุที่ดูมีพลัง น้ำจะต้องดูโดดเด่นกว่าวัสดุ


สำหรับทิศร้ายประจำปี 2556 คือทิศตะวันออก ถ้าที่พัก ที่ทำงาน ร้านค้า โรงงาน แท่นบูชา เตียงนอน หรือหลุมฝังศพบรรพบุรุษหันหน้าไปทางทิศที่ไม่ดี ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ให้หลีกเลี่ยงงานต่าง ๆ เช่น พิธีเปิด การตกแต่งใหม่ ย้ายที่พำนักใหม่


ห้ามทำการขุดดินและการต่อเติม เคาะ ตอก เจาะ ทุบ รื้อ เพราะการกระทำดังกล่าวจะเป็นการระเบิดพลังไม่ดีให้ออกมา ทิศตะวันตกเฉียงเหนือก็ห้ามเคาะ ตอก เจาะ ทุบ รื้อ เช่นกัน

“เนื่องจากปีหน้าเป็นปีนักษัตรมะเส็ง ดังนั้นอสังหาริมทรัพย์ในแนวทางเดินงู อาทิ แนวรถไฟฟ้า หรือแนวทางด่วน จะบูมเป็นพิเศษ ถ้าวิเคราะห์กันเป็นรายเดือน เดือนมกราคม อสังหาริมทรัพย์จะเฟื่องฟู เดือนกุมภาพันธ์จะซบเซา เดือนมีนาคมจะยังไม่โดดเด่น เดือนเมษายนจะกลับมาคึกคัก เดือนพฤษภาคมราคาจะเริ่มสูงขึ้น เดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคมจะคึกคัก เดือนสิงหาคมจะเริ่มอ่อนตัว เดือนกันยายนก็ยังไม่ค่อยดีนัก แต่เดือนตุลาคมจะกลับมาแข่งขันกันรุนแรง พฤศจิกายนกลับมาซบเซาอีกครั้ง ส่วนธันวาคมปีหน้าจะเริ่มระบายสต๊อกได้

อย่างไรก็ตามที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงภาพรวมสถานการณ์ประจำปีเท่านั้น ถึงแม้ว่าที่พัก ที่ทำงาน ร้านค้า โรงงาน จะอยู่ในทิศไม่ดี ก็ยังไม่ต้องตกใจ เพราะหลักการของวิชาฮวงจุ้ยนั้น ในท่ามกลางสีดำก็จะมีสีขาว คือในทุกวิกฤติก็จะมีโอกาสซ่อนแฝงเอาไว้เสมอ” อ.มาศ เคหาสน์ธรรม กล่าวสรุป.
ที่มา:dailynews.co.th


12 กูรูชื่อดังร่วมทำนาย

ทิศทางตลาดอสังหาฯปี 2556


วรเดช ศิวเตชานนท์
ประธานบริหาร บริษัท อีอาร์เอ แฟรนไชส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ERA Thiland)
“พฤติกรรมการซื้ออสังหาริมทรัพย์จะเริ่มเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในปี 2556 เป็นผลจากปัจจัยที่สำคัญคือราคาขาย เนื่องจากราคาขายคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จในเมืองมีราคาค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับราคาทรัพย์ประเภทเดียวกันในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ แต่มีราคาที่ถือได้ว่าสูงสำหรับผู้ซื้อภายในประเทศ ดังนั้นจะส่งผลให้ผู้ซื้อภายในประเทศหันไปซื้อหรือลงทุนในทรัพย์ที่เป็นบ้านเดี่ยวหรือทรัพย์ประเภทอื่นๆ มากขึ้น ถึงแม้ว่าทรัพย์เหล่านั้นจะอยู่นอกเมืองออกไปก็ตามเพราะนโยบายรถคันแรกของภาครัฐทำให้ทุกๆ คนมีโอกาสหรือสามารถตัดสินใจซื้อรถกันมากยิ่งขึ้นประกอบกับระบบขนส่งมวลชนในอนาคตคือระบบรถไฟฟ้าใต้ดินในพื้นที่ต่างๆ ก็จะทำให้ทุกคนจากทุกพื้นที่สามารถเดินทางได้สะดวกมากขึ้น ทั้งนี้การตัดสินใจซื้อจะสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของเมืองและการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนซึ่งจะทำให้มีพื้นที่เปิดใหม่เพื่อพัฒนามากยิ่งขึ้น”

ดร.จาตุรันต์ ศิรพงศ์พันธุ์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีอีแอล เอ็นจิเนียส์ จำกัด
“ใกล้ถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 จะมีนักลงทุนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในไทยมากขึ้น ซึ่งต่างชาติสนใจตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมืองเศรษฐกิจและท่องเที่ยวของไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งภูเก็ต หัวหิน สมุย เชียงใหม่ พัทยา ชะอำและหัวหิน เนื่องจากการเดินทางสะดวก สาธารณูปโภคเข้าถึงและความเป็นเมืองวัฒนธรรม ตลอดจนความต้องการของชาวต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มยุโรปที่ต้องการซื้อเป็นบ้านพักตากอากาศ ซึ่งปัจจุบันพบว่ายอดขายโครงการในเขตท่องเที่ยว กว่า 30-40% เป็นของชาวต่างชาติ ปีหน้ายังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีปัจจัยบวกในเรื่องของดอกเบี้ยลดลง ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยในระดับ 7-8% ถือว่าต่ำพอควรเมื่อเทียบกับอดีตที่สูงถึง 16% ทำให้อัตราการผ่อนลดน้อยลงมาก จึงทำให้การซื้อที่อยู่อาศัยตลอดจนอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ จึงขยายตัวมากขึ้น ส่วนปัจจัยลบแต่ต้องเผชิญวิกฤติด้านแรงงานขาดแคลนในภาคการก่อสร้างอย่างหนัก”

เคลย์ตัน เวด
กรรมการผู้จัดการบริษัท พรีเมียร์ โฮมส์ เรียลเอสเตท จำกัด
“รัฐบาลฮ่องกงเพิ่งออกมาตรการควบคุมความร้อนแรงของราคาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศโดยการเพิ่มเพดานภาษีสำหรับผู้ซื้อชาวต่างชาติให้สูงถึง 15% ในขณะที่โพลล่าสุดของหนังสือพิมพ์ภูเก็ตกาเซ็ทพบว่าคนส่วนใหญ่ (62.5%) มองว่าราคาของอสังหาฯ ในภูเก็ตในช่วง 5 ปีนับจากนี้มีแนวโน้มจะถดถอยเนื่องจากปริมาณซัพพลายที่มีอยู่มากในตลาดปัจจุบัน ในขณะที่ตลาดในฝั่งอีสเทิร์นซีบอร์ดเองก็มีปริมาณสินค้าอยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก ทำให้เชื่อว่าบรรดาดีเวลลอปเปอร์จะชะลอตัวเปิดโครงการต่างๆ ลงเพื่อรักษาระดับความร้อนแรงของตลาดฝั่งตะวันออกของไทยแห่งนี้ไม่ให้มีมากจนเกินไป”

กูลู ลัลวานี
เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการรอยัล ภูเก็ต มารีน่า
“ผมทำนายว่าปี 2556 นี้จะเป็นปีที่ดีที่สุดของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตนับตั้งแต่วิกฤติการณ์เศรษฐกิจเมื่อปี 2551 โดยจะมีดีมานด์ในตลาดเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ซื้อจากประเทศรัสเซียและจีน ดังจะเห็นได้จากการที่เราเพิ่งขายคอนโดมิเนียมที่มีราคาแพงที่สุดในภูเก็ตไปให้กับลูกค้าชาวรัสเซียที่อาศัยอยู่ในภูเก็ตกับครอบครัว อีกทั้งผมยังมองว่ารัสเซียอาจจะแซงหน้าออสเตรเลียขึ้นมารั้งอันดับสองของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในภูเก็ตมากที่สุด นอกจากนี้เว็บไซต์ตัวแทนจองที่พักออนไลน์ชั้นนำของจีนยังระบุให้ภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในบรรดามหาเศรษฐีของจีนอีกด้วย”

สัมมา คีตสิน
ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์
“ความนิยมของตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะยังคงเปลี่ยนแปลงจากบ้านเดี่ยวเป็นคอนโดมิเนียมมากขึ้น โดยคอนโดฯ ที่เปิดตัวใหม่ๆ จะมีขนาดยูนิตที่เล็กลง เช่น 30 ตร.ม. เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ซื้อบ้านหลังแรกและผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยมือสอง ด้านการแข่งขันของตลาด เนื่องจากตลาดในกรุงเทพฯ มีการแข่งขันที่สูงมาก ดีเวลลอปเปอร์หลายรายจึงเริ่มขยับขยายตลาดออกไปยังทำเลต่างจังหวัดที่มีศักยภาพทางด้านสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอ”

สรพจน์ เตชะไกรศรี
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน)
“ภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยยังคงจะเติบโตต่อเนื่องจากปี 2555 นี้ โดยมีคอนโดมิเนียมเป็นสินค้าที่ครองตลาด ในส่วนของเซคชั่นที่เป็นลักซ์ชัวรี่นั้นยังคงขยายตัวต่อไปได้ดีเนื่องจากความต้องการในตลาดยังคงมีอยู่มากในขณะที่จำนวนสินค้าที่อยู่ในตลาดยังคงมีน้อยอยู่ ดีมานด์ของผู้ซื้อในปัจจุบันเปลี่ยนไปและจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สินค้าที่จะออกมาสู่ตลาดเปลี่ยนแปลงตามด้วย เดี๋ยวนี้ผู้ซื้อเริ่มหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างรัดกุมมากขึ้น ดังนั้นเวลาที่จะเลือกซื้อที่อยู่อาศัยพวกเขาจะไม่พิจารณาแค่เพียงว่าเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีเหมาะแก่การลงทุนเท่านั้นแต่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านอื่นๆ ด้วย และสิ่งเหล่านี้เองที่จะทำให้บรรดาดีเวลลอปเปอร์พยายามหาเข้ามาใส่เพิ่มในโครงการของตน”


วิลเลี่ยม ไฮเนคกี้
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
“ถึงแม้สถานการณ์เศรษฐกิจของโลกจะยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่เรายังคงเห็นได้ถึงดีมานด์ที่แข็งขันต่อโครงการที่อยู่อาศัยในทำเลที่สำคัญๆ ทั่วโลก ตามเมืองหลวงใหญ่ๆ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ ของโลกจะยังคงได้รับความสนใจจากบรรดามหาเศรษฐีในการที่จะลงทุนซื้อทรัพย์สินอย่างอสังหาริมทรัพย์ไว้ เพื่อเป็นการรักษาระบบการหมุนเวียนของทรัพย์สิน และเพิ่มมูลค่าให้ทรัพย์สินที่ตัวเองมีอยู่เพิ่มมากขึ้นไป”



รัส ดาวน์นิ่ง
กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์โซติก พร็อพเพอร์ตี้ หัวหิน จำกัด
“ในปี 2556 เราจะได้เห็นจำนวนผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยสำหรับใช้ชีวิตในวัยเกษียณนอกประเทศบ้านเกิดของตัวเองเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่สภาพเศรษฐกิจของยุโรปและอเมริกายังคงไม่สู้จะสดใสนัก บรรดาผู้ที่กำลังจะปลดเกษียณจะเริ่มมองหาที่ที่ตัวเองสามารถใช้เงินก้อนสุดท้ายของชีวิตได้อย่างคุ้มค่าที่สุด โดยเมืองไทยนับเป็นทำเลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนกลุ่มนี้ ด้วยนโยบายทางด้านเศรษฐกิจที่ลงตัว ค่าครองชีพต่ำ อากาศอบอุ่นเกือบตลอดปี และมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยก็จะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าวนี้”

สุพินท์ มีชูชีพ
กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด
“ในปี 2556 การรวมตัวกันของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ยังคงเป็นประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดประเด็นหนึ่งของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ถึงแม้ว่ารายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่ประเทศไทยและสมาชิกในประชาคมอาเซียนกำลังจะเดินหน้านั้นอาจจะยังไม่เปิดเผยหรือเห็นเป็นรูปธรรมที่เด่นชัด แต่น่าจะมีการคาดการณ์เป็นวงกว้างในเรื่องของโอกาสต่างๆ ที่การรวมตัวครั้งสำคัญนี้จะส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาฯ ไทย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด”

อภิชาติ จูตระกูล
ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
“สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2556 จะยังเติบโตได้ต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจหรือ GDP ที่มีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตระดับ 5% โดยมีปัจจัยเกื้อหนุนในเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลง ซึ่งจะทำให้การซื้ออสังหาริมทรัพย์ขยายตัว นอกจากนี้ความได้เปรียบของราคาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศโซนเอเชียด้วยกัน อาทิ จีน สิงคโปร์ และฮ่องกง ยังนับว่ามีราคาที่ไม่สูง ขณะที่ในอนาคตไทยจะมีความได้เปรียบจากการเป็นศูนย์กลางของ AEC อีกด้วย ดังนั้นจึงนับว่าอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยจึงน่าจะได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นอีก”

เจสัน เพย์น
รองกรรมการผู้จัดการ ทิวลิป กรุ๊ป
“โดยส่วนตัว ผมมีความกังวลต่อตลาดพัทยาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เนื่องจากผู้มองว่าตลาดอสังหาฯ ที่นี่กำลังอยู่ในระดับที่มีปริมาณซัพพลายล้นตลาดโดยเฉพาะสินค้าในราคาระดับล่าง ผมมองว่าบริษัทผู้พัฒนาโครงการในพัทยาเองต่างมุ่งความสนใจที่จะเปิดตัวโครงการราคาถูกๆ ซึ่งทำให้สินค้าที่มีอยู่ในตลาดดูไม่แตกต่างกัน ในส่วนของตลาดล่าง ผมมองว่าจะชะลอตัวเหมือนกับที่เป็นอยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ แต่ในส่วนของตลาดระดับกลางไปจนถึงระดับบนน่าจะโตได้ดีในปี 2556 เนื่งอจากยังมีจำนวนยูนิตอยู่น้อย โดยเฉพาะโครงการที่หรูจริงๆ”

เดสมอนด์ ฮิวจ์ส
รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลิ้มเจริญ ฮิวจ์ส แอนด์ แกรนวิลล์ จำกัด
“ในระดับภูมิภาค ผมมองว่าเอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เติบโตที่สุด ในมาเลเซียมีการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสแนวใหม่มากขึ้น ในขณะที่อินโดนีเซียมีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่เชื่อมกับศูนย์การค้าในแบบ “ซูเปอร์รีเทล” ขนาดใหญ่ ส่วนในสิงคโปร์ก็มีการพัฒนาโปรเจคที่เน้นสถาปัตยกรรมที่ล้ำสมัย ฝั่งฮ่องกงก็จะเน้นการพัฒนาโครงการในพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด หรืออย่างในเมืองไทยก็มีการหันมาพัฒนาโครงการไลฟ์สไตล์มอลล์และโครงการในแนวบูติกตามเมืองต่างๆ รวมไปถึงโครงการบ้านพักตากอากาศในเมืองท่องเที่ยว ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาด้านนวัตรกรรมและการขับเคลื่อนไปข้างหน้าสู่ความสำเร็จของธุรกิจอสังหาฯ ในภูมิภาคนี้”


ที่มา:thaibiznews.net