PRN บริการรับฝากขาย-ให้เช่าที่ดิน บ้าน คอนโด โดยทีมงานมืออาชีพ ให้คำปรึกษาฟรี 094-2353251
Showing posts with label หมอชิต. Show all posts
Showing posts with label หมอชิต. Show all posts

ประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต - คูคต สิ้นปี56

ประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-คูคต 2.6หมื่นล้าน



ครม.ปูไฟเขียวสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว "หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต" ระยะทาง 19 กิโลเมตร มูลค่ากว่า 5.8 หมื่นล้าน รฟม.แยก 5 สัญญา ปลายปีนี้ประกาศขายแบบงานโยธากว่า 2.9 หมื่นล้าน เผยราคาประเมินใหม่ดันค่าเวนคืนที่ดินพุ่ง 120% จาก 4 พันล้านกระฉูดเกิน 7 พันล้าน แจ็กพอตที่ดิน 262 แปลง สิ่งปลูกสร้าง 275 หลัง ได้ฤกษ์ตอกเข็มกลางปี"57 เปิดบริการกลางปี"61
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 15 ตุลาคม 2556 ได้อนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 19 กิโลเมตร เงินลงทุน 58,590 ล้านบาท ซึ่งใช้เงินลงทุนใน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท หลังจากนี้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะดำเนินการเปิดประมูลก่อสร้างต่อไป โดยเป็นรูปแบบประมูลแบบนานาชาติ

แยกประมูล 5 สัญญา

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการ รฟม. เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า รฟม.จำเป็นต้องเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติโครงการ เนื่องจากวงเงินค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ประเมินไว้เมื่อปี 2551 เพื่อให้เป็นราคาปัจจุบัน สอดรับกับราคาประเมินที่ดินและวัสดุก่อสร้างที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงได้ย้ายศูนย์ซ่อมบำรุงจากฐานทัพอากาศมาอยู่ที่ลำลูกกาคลอง 2 ทำให้วงเงินลงทุนทั้งโครงการเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า 40,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 58,590 ล้านบาท



ทั้งนี้ เมื่อมีมติ ครม.อนุมัติ เตรียมเสนอเรื่องให้คณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม.อนุมัติในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเปิดประกาศประมูลก่อสร้างงานโยธา จำนวน 4 สัญญา จากทั้งโครงการแบ่งเป็น 5 สัญญา ได้แก่ งานโยธา 2 สัญญา วงเงิน 29,225 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.สัญญาช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ (รวมรื้อสะพานข้ามแยก 3 แห่ง) ระยะทาง 11.4 กิโลเมตร วงเงินกว่า 12,000 ล้านบาท

กับ 2.สัญญาช่วงสะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 7 กิโลเมตร วงเงิน 6,000-7,000 ล้านบาท, งานก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงและอาคารจอดแล้วจร จำนวน 1 สัญญา, งานระบบรางทางวิ่ง จำนวน 1 สัญญา และงาน

เดินรถไฟฟ้า 1 สัญญา 

นายยงสิทธิ์กล่าวว่า โครงการนี้อยู่ใน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย ค่าจ้างที่ปรึกษา 1,703 ล้านบาท ค่าเวนคืนที่ดิน 7,606 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 29,225 ล้านบาท และค่างานระบบรถไฟฟ้า 20,055 ล้านบาทสิ้นปีประมูลโยธา 3 หมื่นล้าน

"ตามขั้นตอนถ้าบอร์ดเห็นชอบจะประกาศเชิญชวนประมูลก่อสร้าง ตามแผนงานคาดว่าจะเริ่มกระบวนการได้ปลายปี 2556 ยื่นซองและเซ็นสัญญาก่อสร้างกลางปี 2557 พร้อมเริ่มกระบวนการจัดหาระบบรถไฟฟ้า และเปิดบริการเดือนมิถุนายน 2561"

นายยงสิทธิ์กล่าวต่อว่า สำหรับแนวเส้นทางโครงการจะก่อสร้างเป็นโครงสร้างยกระดับตลอดเส้นทาง มีจุดเริ่มต้นจากจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีหมอชิต ไปตามแนวถนนพหลโยธิน ข้ามทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ผ่านแยกรัชโยธิน แยก ม.เกษตรศาสตร์ ไปจนถึงบริเวณซอยพหลโยธิน 55

จากนั้นแนวเส้นทางจะเบี่ยงออกไป เลียบกับแนวถนนฝั่งซ้ายจนถึงอนุสาวรีย์บริเวณวงเวียนหลักสี่ แล้วเบี่ยงกลับมาแนวเกาะกลางถนนพหลโยธิน ผ่านหน้าตลาดยิ่งเจริญ เมื่อถึงประมาณกิโลเมตรที่ 25 ของถนนพหลโยธิน จะเบี่ยงไปทางทิศตะวันออก หรือด้านเหนือของพื้นที่ประตูกรุงเทพฯ เข้าถนนลำลูกกา ผ่านด้านข้างสถานีตำรวจภูธรคูคต ไปสิ้นสุดที่บริเวณคลอง 2 ซึ่งเป็นสถานีปลายทาง

โดยจะมีศูนย์ซ่อมบำรุงเนื้อที่ประมาณ 130 ไร่ อาคารจอดแล้วจร 2 แห่ง บริเวณถนนพหลโยธินกิโลเมตรที่ 25 และคลอง 2 ซึ่งบริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงนี้ ทาง รฟม.ร่วมกับการเคหะแห่งชาติ (กคช.) จะพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวรถไฟฟ้า

สำหรับสถานีมี 16 สถานี ประกอบด้วย 1.สถานีห้าแยกลาดพร้าว 2.สถานีพหลโยธิน 24 3.สถานีรัชโยธิน 4.สถานีเสนานิคม 5.สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 6.สถานีกรมป่าไม้ 7.สถานีบางบัว 8.สถานีกรมทหารราบที่ 11 9.สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ 10.สถานีอนุสาวรีย์หลักสี่ 11.สถานีสายหยุด 12.สถานีสะพานใหม่ 13.สถานีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช 14.สถานีพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ 15.สถานี กม.25 และ 16.สถานีคูคต

ราคาใหม่ดันเวนคืนพุ่ง 120%

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยเพิ่มเติมว่า กรอบวงเงินลงทุนงานโยธาที่ ครม.อนุมัติเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา มีวงเงินรวม 38,165 ล้านบาท แยกเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ 7,863 ล้านบาท ค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์ 15 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง 1,062 ล้านบาท ค่างานโยธา 26,569 ล้านบาท และค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด 2,656 ล้านบาท

โดยหลัก ๆ วงเงินที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ค่าเวนคืนที่ดิน เทียบจากฐานปี 2551-2552 อยู่ที่ 4,471 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 7,863 ล้านบาท เนื่องจากย้ายศูนย์ซ่อมบำรุงจากสนามบินดอนเมือง (พหลโยธิน 50) ไปอยู่ที่ลำลูกกาคลอง 2 และราคาประเมินรอบปี 2555-2558 ปรับขึ้น 120% หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากประมาณการราคาซื้อขาย

ส่วนการเวนคืนที่ดินพบว่า มีที่ดินต้องเวนคืนตามแนวเส้นทางคือ จุดขึ้น-ลงสถานี ศูนย์ซ่อมบำรุง และอาคารจอดแล้วจร รวม 262 แปลง รวมเป็นอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ต้องรื้อถอนประมาณ 275 หลัง

ขณะที่ระบบรถไฟฟ้าจะเป็นรถเฮฟวี่เรลเหมือนที่วิ่งบริการปัจจุบัน วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในปีแรกเปิดให้บริการจะใช้รถไฟฟ้าจำนวน 17 ขบวน ขบวนละ 4 ตู้ คาดว่าจะมีผู้โดยสารอยู่ที่ 185,200 คน/วัน ค่าโดยสารเริ่มต้น 13 บาท จากนั้นจัดเก็บเพิ่มในอัตรากิโลเมตรละ 2 บาท




ครม.ไฟเขียว รฟม.เปิดประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม เชื่อมจากหมอชิต-คูคต 2.65 หมื่นล้าน คาดเปิดประมูล ธ.ค.นี้ ก่อสร้าง 4 ปี เปิดใช้ได้ มิ.ย. 61 ด้านคลังแนะเจรจา กทม.และ BTS เชื่อมต่อเดินทางจากหมอชิต และระบบตั๋วร่วม

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (15 ต.ค.) มีมติเห็นชอบให้ รฟม.ดำเนินการก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 19.5 กิโลเมตร ในวงเงินค่างานก่อสร้างงานโยธา 26,569 ล้านบาท และค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด (Provision Sum) อีก 2,656 ล้านบาท โดยหลังจากนี้ รฟม.จะเร่งจัดทำเอกสารประกวดราคา และขั้นตอนการประกวดราคาจัดหาเอกชนเข้าร่วมลงทุนในโครงการ โดยคาดว่าจะเปิดประกวดราคาได้ประมาณเดือนธันวาคม 2556 และก่อสร้างในปี 2557 ระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปี

โดยแบ่งงานเป็น 4 สัญญา ประกอบด้วย 1. สัญญาก่อสร้างช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 12 กิโลเมตรวงเงิน 14,207 ล้านบาท 2. สัญญาก่อสร้งาช่วงสะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 7.5 กิโลเมตร วงเงิน 6,115 ล้านบาท 3. สัญญาก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงและพื้นที่จอดรถไฟฟ้า (Detpo)วงงิน 3,638 ล้านบาท และ 4. สัญญาระบบราง วงเงิน 2,609 ล้านบาท

ด้านนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำนำสักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมครม.ยังได้อนุติให้รฟม.ยกเว้นการดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และให้เปิดประกวดราคาแบบนานาชาติ พร้อมให้ รฟม.จัดกรรมสิทธิ์ที่ดินโครงการวงเงิน 7,863 ล้านบาท และกรอบวงเงินค่าจ้างงานสำรวจอสังหาริมทรัพย์ 15 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังให้ว่าจ้างที่ปรึกษาบริหารควบคุมงานก่อสร้างงานโยธาในวงเงิน 1,062 ล้านบาทด้วย

โดยกระทรวงคมนาคมรายงานว่า การจัดหาเงินเพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ได้กำหนดอยู่ใน พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท คาดว่าหากเริ่มกระบวนการก่อสร้างในปี 57 จะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในเดือนมิถุนายน 2561 ขณะที่ผลการวิเคราะห์รายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กกวล.) เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ จากการประมาณการจำนวนผู้โดยสารในปีที่จะเปิดให้บริการ โดยคิดอัตราแรกเข้าที่ 13 บาท และคิดอัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้นตามระยะทาง 2 บาทต่อกิโลเมตร จะมีผู้ใช้บริการ 185,000 คนต่อวัน มีอัตราค่าตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ 15.4% โดยเส้นทางการก่อสร้างรถไฟสายสีเขียวนั้น จะต่อเนื่องจากบีทีเอสสถานีหมอชิต ไปตามแนวถนนพหลโยธิน ข้ามทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ผ่ายแยกรัชโยธิน แยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไปจนถึงซอยพหลโยธิน 55 เบี่ยงไปเลียบถนนฝั่งซ้ายวงเวียนหลักสี่ กลับมาแนวเกาะกลางถนนพหลโยธิน ผ่านหน้าตลาดยิ่งเจริญ ผ่านสถานีตำรวจภูธรคูคต และสิ้นสุดที่บริเวณคลองสอง

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังให้ความเห็นว่า เส้นทางการก่อสร้างดังกล่าวเป็นส่วนต่อขยายของโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร หรือรถไฟฟ้า BTS โดยกระทรวงคมนาคมควรเร่งเจรจากับกรุงเทพมหานคร และมีบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ซึ่งเป็นผู้ลงทุน เพื่อกำหนดแนวทางการเชื่อมต่อการเดินรถ ทั้งโครงสร้างกายภาพและระบบตั๋วร่วม โครงสร้างอัตราค่าโดยสาร และส่วนแบ่งรายได้ขณะที่งานโยธา ค่ากรรมสิทธิ์ที่ดิน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องภาครัฐจะเป็นผู้รับภาระการลงทุนทั้งหมดด้วย


ขอขอบคุณแหล่งที่มาข่าว:
http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9560000129519
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1382368152#

รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม “หมอชิต-สะพานใหม่” คอนโดฯ ใหม่ผุดพรึบ


รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม “หมอชิต-สะพานใหม่” 

คอนโดฯ ใหม่ผุดพรึบ



โครงการรถไฟฟ้า 10 สาย นับเป็นโปรเจ็กต์ไฮไลต์ที่รัฐบาลเพื่อไทยกำลังเร่งสร้างผลงานให้ทันวาระ 4 ปี หลายเส้นทางได้เริ่มลงหมุดตอกเข็มและเดินหน้าก่อสร้างกันไปบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่, ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ และสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน และช่วงบางซื่อ-รังสิต

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 12 กิโลเมตร เป็นอีกเส้นทางหนึ่งในลำดับต้นๆ ที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำลังเร่งปรับแบบและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดเพื่อเตรียมประกวดราคาก่อสร้าง

ในภาพการลงทุนปรากฏว่า ทันทีที่มีการประกาศแผนก่อสร้างโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายดังกล่าวส่งผลให้เกิดการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ตลอดแนวเส้นทาง โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยประเภท ìอาคารชุดî หรือ ìคอนโดมิเนียมî ตามติดมาด้วยคอมมูนิตี้มอลล์ และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ผุดดักกำลังซื้อทั้งเก่าและใหม่ในพื้นที่ ส่งผลให้ราคาที่ดินมีการเคลื่อนไหวโดยราคาปรับขึ้นตั้งแต่ 5.0-15.4% หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 8.5% ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งของแต่ละสถานี

เริ่มตั้งแต่บริเวณห้าแยกลาดพร้าวถึงสี่แยกรัชโยธิน ถือเป็นไพร์มแอเรียที่มีคอนโดฯ ระดับกลาง-บนกระจุกตัวมากที่สุด ทำเลย่านนี้บริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่ๆ ขนสินค้าแบรนด์ดังๆ เข้าแข่งชิงส่วนแบ่งการตลาดอย่างดุเดือด อาทิ กลุ่มทุนระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ "คีรี กาญจพาสน์" จากบีทีเอสเข้ามาซื้ออาคารร้างใกล้ห้าแยกลาดพร้าวจากบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) พัฒนาเป็นคอนโดฯ จำนวน 3,000 ยูนิต ภายใต้ชื่อโครงการ ìแอ็บสแตร็กส์î

ค่ายเจ้าพระยามหานคร ผุด 3 โครงการรวดโซนนี้ ได้แก่ โครงการชาโตว์ อินทาวน์ วิภาวดีรังสิต 30 เคาะราคาขายเริ่มต้นประมาณ 1.6 ล้านบาท เฉลี่ย 55,000-65,000 บาท/ตารางเมตร, โครงการชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน 2 ในซอยพหลโยธิน 30 (โรงเรียนช่างฝีมือทหาร) จำนวน 192 ยูนิต ขนาด 30 ตารางเมตร และโครงการแบงค์คอก เฟíลิซ เมเจอร์ รัชโยธิน, โครงการ Vantage รัชวิภา ค่ายอีสเทิร์นสตาร์รีลเอสเตท สูง 32 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 322 ยูนิต เปิดขายมาระยะหนึ่งยอดขายวิ่งไปมากกว่า 80% แล้ว มีให้เลือก 3 แบบตั้งแต่สตูดิโอ 31 ตารางเมตร ราคาเริ่ม 2.1 ล้านบาท, 1 ห้องนอน ขนาด 47 ตารางเมตร ราคา 3.2 ล้านบาท และ 2 ห้องนอน ขนาด 77.5 ตารางเมตร ราคา 5.7 ล้านบาท

โครงการลุมพินีเพลส รัชโยธิน จำนวน 1,822 ยูนิต ค่ายแอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์, โครงการวิน รัชโยธิน จำนวน 308 ยูนิต และโครงการ "อีควิกน็อกซ์" จำนวน 490 ยูนิต มูลค่า 4 พันล้านบาท ค่ายเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์, โครงการศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน จำนวน 826 ยูนิต และโครงการศุภาลัย ปาร์ค เกษตร-นวมินทร์ ทำเลถนนเกษตร-นวมินทร์ จำนวน 1,480 ยูนิต ค่ายศุภาลัย, โครงการเปรมศิริ บูทิค พาร์ค ประมาณ 1,000 ยูนิต ค่าย เปรมสิริ, โครงการ Brideg พหลโยธิน 37 ค่ายปริญสิริ จำนวน 400 ยูนิต และโครงการเดอะซี้ด เตรเร่ จำนวน 236 ยูนิต ของบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และค่ายแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยักษ์อสังหาฯ นำที่ดินแปลงงามเนื้อที่ 6 ไร่ อยู่ด้านหลังโรงพยาบาลเมโยมาพัฒนาเป็นโครงการเดอะคีย์ พหลโยธิน จำนวน 505 ยูนิต เป็นต้น

อีกทำเลทองที่เริ่มมีคอนโดฯ เกิดขึ้น คือ จุดตัดของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มฯ และสายสีชมพู ช่วงแคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี บริเวณรอบวงเวียนอนุสาวรีย์หลักสี่ ปัจจุบันกรมทางหลวง (ทล.) ได้เปิดใช้สะพานข้ามแยกบนแนวถนนแจ้งวัฒนะไปถึงรามอินทรา เพื่อช่วยแบ่งเบาการจราจร ย่านนี้เป็นแหล่งรวมของคอนโดฯ บีโอไอ ราคาไม่แพงหลายโครงการ เช่น โครงการ ìรีเจ้นท์โฮม 10 และ รีเจ้นท์โฮม 15î ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมวงเวียนหลักสี่มุ่งหน้าไปทางหลักสี่-แจ้งวัฒนะ ของค่ายรีเจ้นท์ กรีน เพาเวอร์ เคาะราคาขายไม่เกิน 1 ล้านบาท

ใครที่กำลังมองหาช่องทางทำธุรกิจรับกำลังซื้อจากมหาชนชาวคอนโดฯ ที่เกิดขึ้นอย่างหนาแน่นในแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มฯ ขอบอกว่าต้องรีบหน่อย เพราะยังพอมีที่ดินว่างให้ได้เลือกช็อปอีกหลายแปลง!


ที่มา: sentangsedtee.com