PRN บริการรับฝากขาย-ให้เช่าที่ดิน บ้าน คอนโด โดยทีมงานมืออาชีพ ให้คำปรึกษาฟรี 094-2353251
Showing posts with label รถไฟฟ้า. Show all posts
Showing posts with label รถไฟฟ้า. Show all posts

ขายที่ดิน101 ตรว. ทำเลศรีนครินทร์ ซ.ศรีด่าน18 เหมาะสร้างบ้าน/คอนโด ใกล้สถานีรถไฟฟ้าศรีแบริ่ง

 ขายที่ดิน101 ตรว. ทำเลศรีนครินทร์ ซ.ศรีด่าน18 เหมาะสร้างบ้าน/คอนโด ใกล้สถานีรถไฟฟ้าศรีแบริ่ง







ที่ตั้ง ถ.ศรีนครินทร์ ซอย ศรีด่าน18 ตำบล สำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ สมุทรปราการ
ตรวละ 129,000.-
สนใจติดต่อ ภาวิช 094-2353251
—---------------------------

รฟม.คาดรถไฟฟ้าสายสีเขียว เปิดให้บริการปลายปี 60

รฟม.คาดรถไฟฟ้าสายสีเขียว "แบริ่ง-สมุทรปราการ " 

เปิดให้บริการปลายปี 60 เตรียมชงแยกธุรกิจพัฒนาอสังหาริมฯแนวรถไฟฟ้า


นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดเผยระหว่างตรวจเยี่ยมโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วง แบริ่ง-สมุทรปราการ ว่า ขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้าประมาณ 35.03% เร็วกว่าที่กำหนด 3.6% โดยจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการประมาณปลายปี 2560 หรือไม่เกินต้นปี 2561
"รถไฟฟ้าสายนี้จะเป็นสายที่ 2 ที่ขยายออกไปในจังหวัดปริมณฑลและจะสามารถเปิดให้บริการได้ในเร็วๆนี้ รองจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ที่จะเปิดให้บริการได้ในปี 2559" นายยงสิทธิ์ กล่าว

ในส่วนการเดินรถนั้น เบื้องต้นพิจารณาเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสก่อน เพื่อไม่ต้องลงจากรถเพื่อเปลี่ยนไปใช้ขบวนใหม่ แต่เนื่องจากปัจจุบันรถไฟฟ้าซึ่งให้บริการมีผู้โดยสารประมาณ 8-9 แสนคนต่อวัน แต่ส่วนต่อขยายที่ให้บริการรอบนอกประเมินว่าจะมีผู้ใช้บริการประมาณ 1.5-1.8 แสนคนต่อวัน หากวิ่งด้วยความถี่ของขบวนรถเท่ากันจะมีผู้โดยสารหนาแน่นคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งอาจจะพิจารณาเปิดให้รายอื่นเข้ามา หรือ รฟม.เดินรถเอง โดยผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนขบวนรถได้ที่สถานีสำโรง เนื่องจากได้ออกแบบไว้ในลักษณะเดียวกันกับสถานีสยามของรถไฟฟ้าบีทีเอสอยู่แล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปกลางปี 2558
สำหรับส่วนต่อขยายช่วงสมุทรปราการ-บางปู ผ่านอีไอเอนานแล้ว ส่วนจะสามารถก่อสร้างได้เมื่อไหร่เป็นเรื่องของระดับนโยบายจะพิจารณา เพราะกำหนดไว้ในเบื้องต้นจะเร่งรัดก่อสร้างเส้นทางในกรุงเทพฯก่อน ส่วนช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จะนำเสนอบอร์ดพิจารณาในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ จะเปิดประกวดราคาได้ในเดือน ก.ย. 2557
สำหรับการพัฒนาที่พักอาศัยตามแนวรถไฟฟ้า จะเริ่มที่บางปิ้ง ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการเป็นแห่งแรก โดยมี 5 อาคาร มีทั้งออฟฟิศสำนักงาน และที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อย ใช้เงินลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เปิดให้บริการพร้อมรถไฟฟ้าในปลายปี 2560 คาดว่าจะเพิ่มผู้โดยสารให้รถไฟฟ้าสายนี้อีกประมาณ 2 หมื่นคนต่อวัน รองลงมาเป็นพื้นที่ศูนย์บางไผ่ ของรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางซื่อ-บางใหญ่ โดยจะเน้นเป็นอาคารสำนักงาน และพื้นที่ย่านห้วงขวาง มีพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ และบริเวณมีนบุรี ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี
นอกจากนี้เตรียมเสนอ ครม.ตั้งหน่วยธุรกิจขึ้นมารองรับการพัฒนาพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้า และรองรับธุรกิจของ รฟม.ใน 5 ด้าน คือ ด้านการเดินรถ ด้านโฆษณา อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจให้เช่าเชิงพาณิชย์ และตั๋วโดยสาร
PostToday.com
ติดตามอัพเดทข่าวสารในวงการอสังหาฯ ทั้งหมดได้ที่

สาทร-ตากสิน คอนโดฯ ฮ็อต! เปิดใหม่ ตร.ม.ละ 6-7 หมื่น รับรถไฟฟ้าใหม่ 2 สถานี


เปิดศักราชใหม่ปีพุทธศักราช 2556 เริ่มต้นด้วยสิ่งใหม่ๆ “Location” ฉบับนี้จึงถือโอกาสพาไปสำรวจทำเลรถไฟฟ้า (ที่จะ) เปิดใหม่ล่าสุด นั่นก็คือสถานีโพธิ์นิมิตร (S9) และสถานีตลาดพลู (S10) ซึ่งเป็นรถไฟฟ้า BTS ส่วนต่อขยายสายสีลม (สีเขียวเข้ม) ช่วงตากสิน-เพชรเกษม

เริ่มต้นสำรวจจากฝั่งพระนครและย่านสาทร พบว่ามีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดใหม่และอยู่ระหว่างก่อสร้างหลายโครงการ ส่วนมากจะอยู่ในซอย แต่ข้ามฟากไปทางฝั่งธนบุรี โครงการติดถนนใหญ่ก็มีให้เลือกมากขึ้น ทั้งอาคารไฮไรส์และโลว์ไรส์

ส่วนบริเวณสถานี BTS ทั้งสองสถานีในปัจจุบัน (สถานีกรุงธนบุรีและสถานีวงเวียนใหญ่) ที่เปิดให้บริการอยู่ขณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ซึ่งหลายโครงการ Sold Out ไปแล้ว และบางโครงการยังพอมีห้องเหลือขายอยู่บ้าง

ต่อขยายอีก 2 สถานี ฝั่งธนฯ คอนโดฯ ใหม่ราคาน่าสน

แผนเปิดบริการรถไฟฟ้า BTS ต่อจากสถานีวงเวียนใหญ่อีก 2 สถานี จากกำหนดเดิมที่จะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้ฟรีตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา เป็นอันต้องเลื่อนมาเป็นช่วงกลางเดือนมกราคมนี้ ด้วยเหตุผลเรื่องความพร้อมด้านต่างๆ
ถึงแม้แผนเปิดบริการจะเลื่อนออกไป แต่ไม่มีผลต่อแผนการเปิดโครงการของเอกชนที่ยังเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์คล้ายๆ เมื่อกว่า 5 ปีก่อนที่รถไฟฟ้า BTS ส่วนต่อขยายได้ข้ามฝากมาเปิดให้บริการถึงฝั่งธนฯ และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของย่านกรุงธนบุรี, ราชพฤกษ์, รัชดาฯ-ท่าพระ เช่นกันกับการเปิดเพิ่ม 2 สถานีใหม่นี้ แม้ความเคลื่อนไหวด้านการลงทุนจะไม่แรงเท่าครั้งแรก แต่ก็ทำให้ทำเลบริเวณนี้โดยเฉพาะหัวถนน บริเวณสาทร-ช่องนนทรี ไปจนถึงปลายเส้นทางย่านราชพฤกษ์-เพชรเกษมคึกคักได้ไม่น้อยทีเดียว

สาทร-ช่องนนทรี โครงการหรูประชันศุภาลัย, SC , แม่น้ำฯ

ไม่เพียงแต่ฝั่งธนบุรีตามแนวส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า BTS เท่านั้นที่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ แต่ฝั่งพระนครก็มีโครงการเปิดใหม่ไม่น้อยหน้าเช่นกัน
ศุภาลัยประชันแบรนด์ใหม่ เปิด 2 โครงการตบท้ายปลายปี “ศุภาลัย ไลท์ สาทร-เจริญราษฎร์” ตึกสูง 26 ชั้น 565 ยูนิต บนถนนเจริญราษฎร์ ราคาเริ่มต้น 2.4 ล้านบาทสำหรับห้องขนาด 34.5 ตารางเมตร แค่วันเปิดจองก็ขายไป 90% แล้ว และปิดท้ายด้วยการเปิด “ศุภาลัย เอลีท @ สาทร-สวนพลู” ติดถนนสวนพลู ราคา 4.7 ล้านบาท ขนาดห้อง 50 ตารางเมตร ตกประมาณ 95,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป ตึกสูง 23 ชั้น เพียง 180 ยูนิต เป็นห้องค่อนข้างใหญ่ 1-4 ห้องนอน ที่จอดรถกว่า 100% (รวมจอดซ้อนคัน)
ก่อนหน้านี้ในทำเลใกล้ๆ กันเมื่อช่วงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา SC Asset ได้เปิด “เซ็นทริค สาทร-เซนต์หลุยส์” ในซอยสาทร 11 หรือเซ็นต์หลุยส์ ซอย 3 ตึก 28 ชั้น และ 7 ชั้น ทั้งหมด 368 ยูนิต ตอนนี้เหลือขาย 10% ขนาดห้องเริ่มต้น 46.6 ตารางเมตร ราคาเริ่ม 4.6 ล้านบาท
ส่วนที่ถัดออกไปและเป็นโครงการใหม่ก็มี “Menam Residence” เจ้าของเดียวกับโรงแรมแม่น้ำ รามาดาฯ ทำเลใกล้กับโรงแรม ใกล้เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ 300 เมตร ที่ดินริมน้ำพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมสูง 54 ชั้น มี 294 ยูนิต ทุกยูนิตสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท สำหรับห้องขนาด 44 ตารางเมตร เปิดขายไม่นานมียอดขายแล้ว 50%

ยกระดับทำเล รัชดาฯ-ท่าพระ

ทำเลย่านนี้แต่ก่อนอาจไม่มีอะไรโดดเด่น แต่นับจากมีรถไฟฟ้าข้ามฝั่งมาทางนี้ ทำเลที่เคยเงียบๆ ก็เปลี่ยนแปลงมากมาย นอกจากรถไฟฟ้า BTS 2 สถานีใหม่ที่จะเปิดให้บริการเร็วๆ จะเป็นอานิสสงส์โดยตรงกับทำเลแถวนี้แล้ว โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ) ที่กำลังก่อสร้างก็สำคัญไม่น้อยเช่นกัน ความสะดวกในการเดินทางเป็นประโยชน์ข้อแรกที่จะเกิดขึ้น ตามมาด้วยศักยภาพทำเลและใช้ประโยชน์ที่ดินที่มากขึ้น รวมทั้งมูลค่าราคาที่ดิน โดยเปรียบเทียบราคาประเมินที่ดินบนถนนสายหลักในย่านฝั่งธนฯ ในปี 2551-2554 พบว่าถนนกรุงธนบุรี ราคาประเมินที่ดินเฉลี่ยอยู่ที่ 100,000 บาทต่อตารางวา ราคาประเมินที่ดินใหม่ปี 2555-2558 ริมถนนเส้นนี้ราคาประเมินเพิ่มขึ้นถึง 115% เฉลี่ยตารางวาละ 100,000-165,000 บาท อีกตัวอย่างที่เห็นการปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากของราคาที่ดิน คือบริเวณถนนอิสรภาพ ซึ่งจากเดิมประเมินราคาที่ดินรอบก่อนเฉลี่ย 43,000-100,000 บาทต่อตารางวา แต่ราคาประเมินรอบล่าสุดราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 112% หรือเฉลี่ยตั้งแต่ 91,500-145,000 บาต่อตารางวา และบริเวณถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ราคาประเมินรอบก่อน 100,000-130,000 บาทต่อตารางวา แต่รอบใหม่นี้เพิ่มเป็น 130,000-165,000 บาท เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 30% เป็นต้น
แม้ในแง่ศักยภาพทำเลหรือสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงความเจริญด้านต่างๆ ไม่อาจเทียบกับฝั่งพระนคร แต่ด้วยทำเลแถวนี้ถือว่ายังมีอนาคตที่สดใส และมีโอกาสขยายตัวเติบโตได้อีกมาก นั่นอาจเป็นเหตุผลที่เพียงพอสำหรับท่านที่กำลังมองหาคอนโดฯ สักห้องเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย หรือลงทุนไว้เก็บกินผลประโยชน์ในวันข้างหน้า


ที่มา Home Buyers' Guide ฉบับเดือน มกราคม 2556

รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม “หมอชิต-สะพานใหม่” คอนโดฯ ใหม่ผุดพรึบ


รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม “หมอชิต-สะพานใหม่” 

คอนโดฯ ใหม่ผุดพรึบ



โครงการรถไฟฟ้า 10 สาย นับเป็นโปรเจ็กต์ไฮไลต์ที่รัฐบาลเพื่อไทยกำลังเร่งสร้างผลงานให้ทันวาระ 4 ปี หลายเส้นทางได้เริ่มลงหมุดตอกเข็มและเดินหน้าก่อสร้างกันไปบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่, ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ และสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน และช่วงบางซื่อ-รังสิต

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 12 กิโลเมตร เป็นอีกเส้นทางหนึ่งในลำดับต้นๆ ที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำลังเร่งปรับแบบและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดเพื่อเตรียมประกวดราคาก่อสร้าง

ในภาพการลงทุนปรากฏว่า ทันทีที่มีการประกาศแผนก่อสร้างโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายดังกล่าวส่งผลให้เกิดการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ตลอดแนวเส้นทาง โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยประเภท ìอาคารชุดî หรือ ìคอนโดมิเนียมî ตามติดมาด้วยคอมมูนิตี้มอลล์ และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ผุดดักกำลังซื้อทั้งเก่าและใหม่ในพื้นที่ ส่งผลให้ราคาที่ดินมีการเคลื่อนไหวโดยราคาปรับขึ้นตั้งแต่ 5.0-15.4% หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 8.5% ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งของแต่ละสถานี

เริ่มตั้งแต่บริเวณห้าแยกลาดพร้าวถึงสี่แยกรัชโยธิน ถือเป็นไพร์มแอเรียที่มีคอนโดฯ ระดับกลาง-บนกระจุกตัวมากที่สุด ทำเลย่านนี้บริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่ๆ ขนสินค้าแบรนด์ดังๆ เข้าแข่งชิงส่วนแบ่งการตลาดอย่างดุเดือด อาทิ กลุ่มทุนระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ "คีรี กาญจพาสน์" จากบีทีเอสเข้ามาซื้ออาคารร้างใกล้ห้าแยกลาดพร้าวจากบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) พัฒนาเป็นคอนโดฯ จำนวน 3,000 ยูนิต ภายใต้ชื่อโครงการ ìแอ็บสแตร็กส์î

ค่ายเจ้าพระยามหานคร ผุด 3 โครงการรวดโซนนี้ ได้แก่ โครงการชาโตว์ อินทาวน์ วิภาวดีรังสิต 30 เคาะราคาขายเริ่มต้นประมาณ 1.6 ล้านบาท เฉลี่ย 55,000-65,000 บาท/ตารางเมตร, โครงการชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน 2 ในซอยพหลโยธิน 30 (โรงเรียนช่างฝีมือทหาร) จำนวน 192 ยูนิต ขนาด 30 ตารางเมตร และโครงการแบงค์คอก เฟíลิซ เมเจอร์ รัชโยธิน, โครงการ Vantage รัชวิภา ค่ายอีสเทิร์นสตาร์รีลเอสเตท สูง 32 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 322 ยูนิต เปิดขายมาระยะหนึ่งยอดขายวิ่งไปมากกว่า 80% แล้ว มีให้เลือก 3 แบบตั้งแต่สตูดิโอ 31 ตารางเมตร ราคาเริ่ม 2.1 ล้านบาท, 1 ห้องนอน ขนาด 47 ตารางเมตร ราคา 3.2 ล้านบาท และ 2 ห้องนอน ขนาด 77.5 ตารางเมตร ราคา 5.7 ล้านบาท

โครงการลุมพินีเพลส รัชโยธิน จำนวน 1,822 ยูนิต ค่ายแอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์, โครงการวิน รัชโยธิน จำนวน 308 ยูนิต และโครงการ "อีควิกน็อกซ์" จำนวน 490 ยูนิต มูลค่า 4 พันล้านบาท ค่ายเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์, โครงการศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน จำนวน 826 ยูนิต และโครงการศุภาลัย ปาร์ค เกษตร-นวมินทร์ ทำเลถนนเกษตร-นวมินทร์ จำนวน 1,480 ยูนิต ค่ายศุภาลัย, โครงการเปรมศิริ บูทิค พาร์ค ประมาณ 1,000 ยูนิต ค่าย เปรมสิริ, โครงการ Brideg พหลโยธิน 37 ค่ายปริญสิริ จำนวน 400 ยูนิต และโครงการเดอะซี้ด เตรเร่ จำนวน 236 ยูนิต ของบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และค่ายแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยักษ์อสังหาฯ นำที่ดินแปลงงามเนื้อที่ 6 ไร่ อยู่ด้านหลังโรงพยาบาลเมโยมาพัฒนาเป็นโครงการเดอะคีย์ พหลโยธิน จำนวน 505 ยูนิต เป็นต้น

อีกทำเลทองที่เริ่มมีคอนโดฯ เกิดขึ้น คือ จุดตัดของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มฯ และสายสีชมพู ช่วงแคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี บริเวณรอบวงเวียนอนุสาวรีย์หลักสี่ ปัจจุบันกรมทางหลวง (ทล.) ได้เปิดใช้สะพานข้ามแยกบนแนวถนนแจ้งวัฒนะไปถึงรามอินทรา เพื่อช่วยแบ่งเบาการจราจร ย่านนี้เป็นแหล่งรวมของคอนโดฯ บีโอไอ ราคาไม่แพงหลายโครงการ เช่น โครงการ ìรีเจ้นท์โฮม 10 และ รีเจ้นท์โฮม 15î ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมวงเวียนหลักสี่มุ่งหน้าไปทางหลักสี่-แจ้งวัฒนะ ของค่ายรีเจ้นท์ กรีน เพาเวอร์ เคาะราคาขายไม่เกิน 1 ล้านบาท

ใครที่กำลังมองหาช่องทางทำธุรกิจรับกำลังซื้อจากมหาชนชาวคอนโดฯ ที่เกิดขึ้นอย่างหนาแน่นในแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มฯ ขอบอกว่าต้องรีบหน่อย เพราะยังพอมีที่ดินว่างให้ได้เลือกช็อปอีกหลายแปลง!


ที่มา: sentangsedtee.com

ร่างผังเมืองใหม่ กทม. บูมตัดถนน 140 สาย




กทม.การันตี "กรุงเทพฯ" ไม่เป็นสุญญากาศ ดีเดย์ 15 พ.ค.นี้ ร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่ประกาศใช้ชัวร์ หนุนนำเมืองหลวงเป็นกรีนซิตี้ ลดโลกร้อน แจกแหลกโบนัสพัฒนาพื้นที่ ผุด 5 ศูนย์ชุมชนชานเมืองเกาะแนวถนนวงแหวนรอบนอก-รถไฟฟ้าหลากสี จับตา 5 ทำเลเด่น "พระรามที่ 2-มีนบุรี-รามอินทรา-ร่มเกล้า-ตลิ่งชัน"

นายเกรียงพล พัฒนรัฐ ผู้อำนวยการสำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ยืนยันว่าร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯ ฉบับใหม่ (ปรับปรุงครั้งที่ 3) จะมีผลบังคับใช้ทัน 15 พฤษภาคมนี้แน่นอน ล่าสุดอยู่ระหว่างเสนอเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจร่าง จากนั้นเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติในวันที่ 7 เมษายนนี้ และเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงนามตามขั้นตอน

"ดูเงื่อนไขเวลาแล้วสามารถออกประกาศทัน 15 พฤษภาคมนี้ เพื่อให้เกิดเร็วขึ้น เราทำงานคู่ขนานกันสำหรับขั้นตอนเสนอ ครม.และคณะกรรมการกฤษฎีกา คาดว่าขั้นตอนจะเสร็จในเวลาใกล้เคียงกัน เพราะหากไม่รีบดำเนินการจะทำให้กรุงเทพฯไม่มีผังเมืองใช้ และเกิดภาวะสุญญากาศได้"

สำหรับภาพรวมผังเมืองรวมกรุงเทพฯ ฉบับใหม่ หน้าตาของสีผังเมืองจะไม่ต่างจากผังเมืองรวมฉบับปัจจุบันที่ประกาศใช้เมื่อปี 2549 มีการปรับปรุงเล็กน้อย เช่น บริเวณนอร์ธปาร์ค ปรับจากเดิมสีเขียว เป็นสีส้ม (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก) บริเวณใกล้ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ จากเดิมเป็นสีเหลือง (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) ให้เป็นพื้นที่สีส้ม เป็นต้น

นอกจากนี้ จะเพิ่มข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดรับกับสภาพเมืองปัจจุบันที่เปลี่ยนไปจากเดิม มีรถไฟฟ้าสายใหม่เพิ่ม มีการสร้างศูนย์การค้า คอมมิวนิตี้มอลล์ และที่อยู่อาศัยมากขึ้น

"คอนเซ็ปต์ผังเมืองฉบับใหม่จะเน้นเรื่องภาวะโลกร้อนให้กรุงเทพฯ เป็นกรีนซิตี้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวและประหยัดพลังงาน ให้พื้นที่ชั้นในเป็นเมืองที่คอมแพ็กต์ จะสร้างศูนย์ชุมชนชานเมืองหรือซับเซ็นเตอร์ในรัศมีใกล้ถนนวงแหวนรอบนอกทั้งตะวันตกและตะวันออกมารองรับการขยายตัวของพื้นที่ชั้นในให้กระจายตัวไปออกไปมากขึ้น รวมถึงให้เป็นผังเมืองรวมที่กำหนดแนวทางจะรับมือกับภัยพิบัติ หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554" นายเกรียงพลกล่าวและว่า



เพิ่มขนาดถนน-ระยะถอยร่น

สำหรับข้อแตกต่างร่างผังเมืองใหม่กับผังเมืองปัจจุบัน ประกอบด้วย 1.เพิ่มแผนผังแสดงโครงการกิจการสาธารณูปโภค เช่น จะมีทั้งโครงการปรับปรุง-ขยายคลองระบายน้ำสายต่าง ๆ โครงการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ โครงการขุดคลองระบายน้ำสายใหม่ เพื่อแสดงให้ชาวบ้านได้รู้ว่าตรงไหนควรจะสร้างที่อยู่อาศัยได้ จุดไหนจะเป็นทางไหลผ่านของน้ำ จะได้ไม่ไปสร้างสิ่งกีดขวางระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 ที่ผ่านมา

2.เพิ่มการควบคุมกิจกรรมที่ขัดต่อสุขลักษณะ 5 กิจกรรม เช่น สนามแข่งรถ สนามแข่งม้า สนามยิงปืน

3.ยกเลิกการกำหนดร้อยละของกิจกรรมรอง

4.เปลี่ยนเกณฑ์จำแนกประเภทอาคาร จากเดิมใช้ตามกฎหมายความคุมอาคาร เช่น อาคารขนาดใหญ่ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ ในร่างใหม่จะจำแนกตามขนาดพื้นที่การประกอบกิจกรรม ได้แก่ ไม่เกิน 1,000-2,000-10,000 ตารางเมตร และเกินกว่า 10,000 ตารางเมตร

5.เปลี่ยนเงื่อนไขการสร้างอาคารที่อยู่ในเขตทางถนนสาธารณะ เพิ่มระยะการใช้ประโยชน์ที่ดินตามความกว้างถนนใหม่ ได้แก่ ถนนขนาดไม่น้อยกว่า 12 เมตร มีระยะถอยร่น 200 เมตร ถนน 16 เมตร ระยะถอยร่น 300 เมตร และถนน 30 เมตร ระยะถอยร่น 300 เมตร

6.เพิ่มข้อกำหนดให้มีพื้นที่น้ำซึมผ่านได้เพื่อปลูกต้นไม้ 50% ของอัตราส่วนพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม (0SR)

แจกโบนัส 20% จูงใจเอกชน

7.เพิ่มมาตรการสร้างแรงจูงใจเพื่อให้เจ้าของที่ดิน ด้วยการให้โบนัสไม่เกิน 20% ในการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่สร้างอาคารใหม่ เป็นการเพิ่มนอกเหนือจากได้โบนัสในรัศมี 500 เมตรรอบสถานีรถไฟฟ้าแล้ว


โดยมีเงื่อนไขว่า

1.จะต้องจัดให้มีพื้นที่รับน้ำในแปลงที่ดินที่ขออนุญาต กักเก็บน้ำได้ไม่น้อยกว่า 1 ลูกบาศก์เมตรต่อที่ดิน 50 ตารางเมตร จะได้โบนัสสร้างพื้นที่อาคารใหม่ได้ไม่เกิน 5% หากมากกว่า 1 ลูกบาศก์เมตรได้โบนัสไม่เกิน 20%

2.จัดให้มีอาคารประหยัดพลังงาน (กรีนบิลดิ้ง) ตามมาตรฐานมูลนิธิอาคารเขียวที่ไทยรองรับ แยกเป็นระดับที่ 1 (Certified) ได้โบนัสไม่เกิน 5% ระดับที่ 2 (Silver) ได้ไม่เกิน 10% ระดับที่ 3 (Gold) ไม่เกิน 15% และระดับที่ 4 (Platinum) ไม่เกิน 20%

3.จัดให้มีที่จอดรถยนต์โดยรอบสถานีรถไฟฟ้าทั้งใต้ดิน บีทีเอส แอร์พอร์ตลิงก์ สายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) เช่น สถานีศูนย์วัฒนธรรม สถานีอ่อนนุช สถานีลาดกระบัง สถานีหัวหมาก สถานีบางบำหรุ สถานีตลิ่งชัน สถานีอุดมสุข สถานีแบริ่ง สำหรับคนทั่วไปเพิ่มขึ้นจากจำนวนที่จอดรถยนต์ของอาคารสาธารณะ มีโบนัสสร้างอาคารเพิ่มได้ไม่เกิน 20%

4.จัดให้มีพื้นที่สาธารณะ หรือสวนสาธารณะบนพื้นที่ดินประเภทสีแดง (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก) "ย.8-ย.10" พื้นที่สีแดง (พาณิชยกรรม) "พ.1-พ.5" เจ้าของที่ดินจะได้โบนัสเพิ่มไม่เกิน 20% 5.สร้างที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่าท้องตลาดสำหรับผู้มีรายได้น้อย หรือผู้อาศัยเดิมภายในพื้นที่โครงการ

ผุด 5 ศูนย์ชุมชนชานเมือง

นายเกรียงพลกล่าวอีกว่า สำหรับซับเซ็นเตอร์หรือศูนย์ชุมชนชานเมืองที่กำหนดไว้ในผังเมืองรวมฉบับใหม่ จะเป็น เมืองรองรับการขยายตัวของพื้นที่ชั้นในออกมายังพื้นที่แนววงแหวนรอบนอกและรถไฟฟ้าสายใหม่ที่จะพาดผ่าน เพื่อลดการเดินทางเข้าไปในเมือง

ทั้งนี้ มี 5 แห่งที่เป็นพื้นที่มีศักยภาพ เช่น ย่านตลิ่งชันบริเวณถนนฉิมพลี อยู่ในแนวรถไฟสายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ย่านมีนบุรีใกล้ตลาดมีนบุรี แนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีส้มมาบรรจบกัน ย่านพระรามที่ 2 ใกล้กับถนนวงแหวนรอบนอก ย่านร่มเกล้าในแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู และย่านถนนรามอินทราใกล้จุดตัดถนนรัชดา-รามอินทรา แนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู

นอกจากนี้ จะเพิ่มการขยายตัวของย่านพาณิชยกรรมรอง ส่งเสริมในบางพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ การค้า การบริการ และนันทนาการ เช่น ย่านถนนเกษตร-นวมินทร์ บริเวณนวมินทร์ อเวนิวที่มีการสร้างคอมมิวนิตี้มอลล์อยู่หลายแห่ง, บริเวณศูนย์การค้าซีดีซี (คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์) ตรงเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา, แยกบางนาที่มีโครงการเมกะบางนาเข้าไปพัฒนารอไว้แล้ว เป็นต้น

นายเกรียงพลกล่าวอีกว่า สำหรับผังแสดงโครงข่ายคมนาคมนั้น ในรายละเอียดจะมีการกำหนดแนวเส้นทางรถไฟฟ้า 12 สายทาง ตามแผนแม่บทของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และแนวเส้นทางถนน 140 สาย มีทั้งขยายถนนเดิมและแนวตัดถนนใหม่

ที่มา:นสพ.ประชาชาติ

แผนลงทุนรถไฟฟ้าสีชมพูใหม่ สนามบินน้ำ-มีนบุรี


"จารุพงศ์" สั่งทบทวนแผนลงทุนรถไฟฟ้าสีชมพูใหม่ทั้งเส้น เหตุเพราะความเจริญในพื้นที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมาก ชี้แนวเส้นทางคงเดิม แต่จำนวนสถานีเพิ่มจาก 24 เป็น 30 สถานี "สนามบินน้ำ-มีนบุรี" ได้เฮมีที่จอดรถรวม 1.1 พันคัน

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) หลังการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จ้างบริษัทที่ปรึกษามาทบทวนผลการศึกษาเดิมเมื่อปี 2552 โดยสรุปภาพรวมมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมพอสมควร จะเปลี่ยนระบบเดินรถเป็นโมโนเรล (รถไฟฟ้ารางเดี่ยว) วงเงินลงทุนจะถูกกว่ารถไฟฟ้าเฮฟวี่เรล (รถไฟฟ้าขนาดหนัก) ประมาณ 10,000 ล้านบาท

"ผมให้ รฟม.เดินหน้าโครงการนี้โดยเร็วแบบโมโนเรล เพราะผ่านสิ่งแวดล้อมแล้ว หากกลับไปเป็นเฮฟวี่เรลอีกจะเสียเวลาถึง 4 ปี"

นายจารุพงศ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มสถานีใหม่อีก 6 สถานี จากเดิม 24 เป็น 30 สถานี โดยปรับตำแหน่งที่ตั้งสถานีให้สั้นลงเฉลี่ยประมาณ 1.2 กิโลเมตรต่อสถานี รวมถึงวงเงินก่อสร้างที่จะเพิ่มขึ้น เพราะมีการเพิ่มสถานีใหม่



คงแนวเส้นทางเดิม


แหล่งข่าวจาก รฟม.เปิดเผยว่า รฟม. ได้จัดจ้างบริษัท ทีม คอนซัลติ้งฯ วงเงินกว่า 30 ล้านบาท ศึกษาความเหมาะสมอีกครั้งโดยไม่ได้แตะแนวสายทางรูปแบบก่อสร้าง ยังคงเป็นทางยกระดับตลอดเส้นทาง มีจุดเริ่มต้นคงเดิมที่จุดเชื่อมต่อกับแนวเส้นทางรถไฟสายสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) ด้านหน้าศูนย์ราชการนนทบุรี แนวรถไฟฟ้าจะเลี้ยวซ้ายแยกแครายเข้า ถ.ติวานนท์ วิ่งไปตามเกาะกลางถนน เลี้ยวขวาที่แยกปากเกร็ดเข้า ถ.แจ้งวัฒนะ ผ่านทางด่วนขั้นที่ 2 แยกหลักสี่ ผ่านวงเวียนอนุสาวรีย์หลักสี่ ตรงเข้า ถ.รามอินทรา ถึงแยกมีนบุรีตรงเข้าตัวเมืองมีนบุรี ตาม ถ.สีหบุรานุกิจ ไปสิ้นสุดทางแยก ถ.ร่มเกล้า รวมระยะทาง 34.5 กม.

ขยับจุด-เพิ่มใหม่ 6 สถานี


แหล่งข่าวกล่าวว่า ทั้งนี้มีการขยับตำแหน่งสถานีเดิมและเพิ่มสถานีใหม่อจากเดิมมี 24 สถานีจะเพิ่มเป็น 30 สถานี พร้อมที่จอดรถ 2 สถานีคือ สนามบินน้ำ 48 ไร่ จอดรถ 225 คัน และมีนบุรี 50 ไร่ อาคารจอดรถ 9 ชั้นสำหรับจอดรถ 1,500 คัน

รายละเอียดสถานี ได้แก่ 

1) สถานีศูนย์ราชการ จ.นนทบุรี อยู่บน ถ.รัตนาธิเบศร์ หน้าศูนย์ราชการ จ.นนทบุรี 


2) สถานีแคราย ขยับจากเดิมมาอยู่บริเวณใกล้กับโรงพยาบาลทรวงอกนนทบุรี ระหว่างซอยติวานนท์ 13 และซอยติวานนท์ 15 รองรับแหล่งชุมชน โรงพยาบาล และตลาดมากขึ้น

3) สถานีสนามบินน้ำ ขยับจากเดิมมาอยู่หน้ากรมพลาธิการทหาร ใกล้ทางแยกถนนสนามบินน้ำ ระหว่างแยก ถ.สนามบินน้ำและซอยติวานนท์ 35 รองรับผู้โดยสารจากสนามบินน้ำ 4) สถานีสามัคคี ขยับจากเดิมไปทางซอยติวานนท์ 52 ก่อนแยกเข้า ถ.สามัคคี ให้ใกล้กับแหล่งชุมชนมากขึ้น

5) สถานีกรมชลประทาน ขยับจากเดิมมาใกล้กับโรงเรียนชลประทานวิทยา ระหว่างซอยติวานนท์ 4 และซอยติวานนท์ 6 เพื่อรองรับผู้โดยสารจากโรงพยาบาลชลประทาน กรมชลประทาน และโรงเรียนชลประทานวิทยาคม 6) สถานีปากเกร็ด ขยับจากตำแหน่งเดิมไปอยู่ระหว่างทางห้าแยกปากเกร็ดกับห้างคาร์ฟูร์ แจ้งวัฒนะ รองรับผู้โดยสารจากชุมชนห้าแยกปากเกร็ด

7) สถานีเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ขยับจากเดิมมาใกล้แยก ถ.เลี่ยงเมืองปากเกร็ดตัดกับ ถ.แจ้งวัฒนะ มาบริเวณมีพื้นที่ว่างที่จะสามารถสร้างอาคารจอดแล้วจรได้

8) สถานีแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 เป็นสถานีใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามา อยู่บริเวณใกล้กับกระทรวงยุติธรรม รองรับผู้โดยสารจากซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 และหมู่บ้านสวัสดิการ กทม.

9) สถานีเมืองทองธานี (ม.สุโขทัย) ขยับใหม่ให้อยู่ใกล้ถนนเข้าเมืองทองธานี และสะพานข้ามทางแยกเมืองทองธานี

10) สถานีศรีรัช อยู่บริเวณใกล้ทางด่วนศรีรัช 11) สถานีเมืองทอง 1 ใกล้กับโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และห้างบิ๊กซี แจ้งวัฒนะ 12) สถานีศูนย์ราชการ 1 ใกล้กรมการกงสุล ระหว่างซอยแจ้งวัฒนะ 9 กับซอยแจ้งวัฒนะ 7

13) สถานีศูนย์ราชการ 2 เป็นสถานีใหม่เพิ่มเติม อยู่ระหว่างซอยแจ้งวัฒนะ 5 และซอยแจ้งวัฒนะ 7 รองรับผู้โดยสารที่เข้าศูนย์ราชการ 14) สถานีหลักสี่ อยู่บริเวณใกล้แยกหลักสี่ 15) สถานีราชภัฏพระนคร อยู่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร 16) สถานีอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ใกล้กับวงเวียนหลักสี่ เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่) 17) สถานีรามอินทรา 3 เป็นสถานีใหม่เพิ่มเติม ใกล้ห้างเซ็นทรัล รามอินทรา ระหว่างซอยรามอินทรา 3 และซอยรามอินทรา 5

18) สถานีลาดปลาเค้า อยู่ใกล้ทางเข้า ถ.ลาดปลาดเค้า 19) สถานีรามอินทรา 31 เป็นสถานีใหม่เพิ่มเติม ใกล้ห้างสรรพสินค้าฟู้ดแลนด์ ระหว่างซอยรามอินทรา 29 และซอยรามอินทรา 31 20)สถานีมัยลาภ อยู่ระหว่างซอยรามอินทรา 12 และซอยรามอินทรา 14 21) สถานีวัชรพล ใกล้ซอยวัชรพล 22) สถานีรามอินทรา กม.6 เป็นสถานีใหม่เพิ่มเติม อยู่ระหว่างซอยรามอินทรา 40 และซอยรามอินทรา 42

23) สถานีรามอินทรา กม.8 อยู่แยกนวมินทร์ระหว่างซอยรามอินทรา 46 และซอยรามอินทรา 48 24) สถานีรามอินทรา 91 เป็นสถานีใหม่เพิ่มเติม อยู่แยกนวมินทร์รามอินทรา กม.8 25) สถานีคันนายาว หน้าห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ 26) สถานีนพรัตนราชธานี หน้าโรงพยาบาลนพรัตน์ ใกล้แยกเข้าสวนสยาม 27) สถานีบางชัน ใกล้ซอยรามอินทรา 109 28) สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ หน้าโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ 29) สถานีตลาดมีนบุรี ใกล้ตลาดมีนบุรี และ 30) สถานีมีนบุรี อยู่ใกล้ทางแยกร่มเกล้า

เวนคืน 147 ไร่ รื้อ 259 หลัง


แหล่งข่าวกล่าวว่า ด้านการเวนคืนที่ดิน ตลอดเส้นทางคาดว่าจะมีการเวนคืนพื้นที่รวม 147 ไร่ รื้อสิ่งปลูกสร้าง 259 หลัง คิดเป็นเงินค่าชดเชยทั้งสิ้น 4,458 ล้านบาท แยกเป็นค่าเวนคืนที่ดิน 3,896 ล้านบาท และชดเชยสิ่งปลูกสร้าง 562 ล้านบาท

นอกจากนี้ ที่ปรึกษายังปรับระบบการเดินรถของรถไฟฟ้าสายนี้เป็นระบบโมโนเรล (รางเดี่ยว) เนื่องจากเป็นเส้นทางพาดผ่านพื้นที่ชานเมือง ทำให้บางช่วงเวลาคนมาใช้บริการไม่มากนัก สามารถจัดการในช่วงเวลาที่มีคนน้อยได้ดีกว่า รวมทั้งเสนอแนะให้จัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าเพิ่ม เพื่อรองรับเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย


เงินลงทุนพุ่ง 5 หมื่นล้าน


ด้านงบประมาณลงทุนทั้งโครงการ แหล่งข่าวกล่าวว่า จากการเพิ่มสถานีใหม่และซื้อขบวนรถเพิ่ม รวมถึงเพิ่มค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด ทำให้มีผลต่อต้นทุนการลงทุนโครงการ จากเดิมเมื่อปี 2552 อยู่ที่ 37,110 ล้านบาท ปรับใหม่เป็น 50,770 ล้านบาท แยกเป็น ค่าเวนคืนที่ดิน 3,900 ล้านบาท งานโยธา 19,490 ล้านบาท งานไฟฟ้าและเครื่องกล 11,089 ล้านบาท จัดหาขบวนรถ 12,126 ล้านบาท งานประตูกั้นระหว่างรถไฟฟ้าและชานชาลา (platform screen door) 450 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษา 1,748 ล้านบาท และค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด 2,418 ล้านบาท



ที่มา:ประชาชาติธุรกิจ





จาก “ประชาชาติธุรกิจ” ครับ รัฐบาลตกลงว่าจะเร่งรถไฟฟ้าสายสีชมพู แต่ปรับกลับเป็นระบบโมโนเรลอีกรอบ ในระยะทางรวม 34.5 กิโลเมตร แล้วเพิ่มสถานีอีก 6 แห่ง ลากยาวจากแจ้งวัฒนะไปรามอินทรา มูลค่าทั้งหมดประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ถ้าประมูลทันในสิ้นปีนี้ก็จะใช้เวลาก่อสร้างอีก 4 ปี กำหนดให้เปิดบริการในปี 60 โดยมีนโยบายเก็บค่าโดยสารตลอดสาย 20 บาท
เรามาลุ้นกันดีกว่าว่ารัฐบาลจะเร่งให้รถไฟฟ้าสายสีชมพูคลอดได้ไหม ส่วนสายล่าสุดที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในปี 2560 ตอนนี้คือสายสีแดงที่มีข่าวคืบหน้าและกำลังจะเปิดประมูลกันแล้ว
รฟม.ปรับแผนรถไฟฟ้าสายสีชมพู “แคราย-มีนบุรี” ใหม่ เป็นระบบโมโนเรล ระยะทางรวม 34.5 กิโลเมตร ผุดสถานีใหม่ 6 แห่ง รับศูนย์การค้า-คอนโดมิเนียมบนถนนแจ้งวัฒนะ-รามอินทราบูม ขยายจุดเวนคืนที่ดินเพิ่ม ช่วงโค้งย่านแคราย ห้าแยกปากเกร็ด ตลาดมีนบุรี ดันมูลค่าลงทุนโครงการเฉียด 5 หมื่นล้าน เตรียมเปิดประมูลในปีนี้รูปแบบเทิร์นคีย์ คาดใช้เวลาสร้าง 4 ปี เปิดบริการในปี”60 เก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย สนองนโยบายหาเสียงรัฐบาลยิ่งลักษณ์
แหล่งข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้บริษัทที่ปรึกษา บจ.ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ วงเงิน 34 ล้านบาท ทบทวนรูปแบบโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร จากผลการศึกษาเดิมของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ล่าสุดได้ข้อสรุปจะสร้างเป็นระบบโมโนเรล (รถไฟฟ้าขนาดเบา) ตามที่ สนข.ศึกษาไว้ เพราะก่อสร้างได้เร็ว ใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก
“แต่มูลค่าการลงทุนจะเพิ่มขึ้นจาก 42,067 ล้านบาท เป็น 45,000-50,000 ล้านบาท เพราะเพิ่มสถานีใหม่ 6 แห่ง จาก 24 สถานี เป็น 30 สถานี โดยแทรกระหว่างสถานีที่อยู่ไกลกัน และปรับระยะห่าง 1.6 กิโลเมตร/สถานี เหลือ 1.2 กิโลเมตร/สถานี”

เพิ่มใหม่ 6 สถานี

โดยที่ตั้ง 6 สถานีใหม่ ได้แก่ 1) เยื้องศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ 2) ระหว่างสถานีเมืองทองธานีกับสถานีศรีรัช ปากทางเข้าเมืองทองธานี 3) ระหว่างสถานีศูนย์ราชการกับสถานีหลักสี่ ใกล้การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.)และศูนย์การค้าไอทีสแควร์หลักสี่
4) ระหว่างสถานีวงเวียนหลักสี่กับสถานีลาดปลาดเค้า อยู่กึ่งกลางรามอินทรา ซอย 3 และ 5 หน้าโครงการคอนโดมิเนียมแอล.พี.เอ็น. 5) ระหว่างสถานีเคหะรามอินทรากับสถานีวัชรพล บริเวณ กม.4 และ 6) ระหว่างสถานีนวมินทร์กับสถานีคันนายาว ใกล้ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์
ส่วน 24 สถานีเดิมประกอบด้วย สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี แคราย สนามบินน้ำ สามัคคี ชลประทาน ปากเกร็ด เลี่ยงเมืองปากเกร็ด เมืองทองธานี ศรีรัช มงกุฎวัฒนะ ศูนย์ราชการกรุงเทพฯ หลักสี่ ราชภัฏพระนคร อนุสาวรีย์หลักสี่ ลาดปลาเค้า เคหะรามอินทรา วัชรพล นวมินทร์ คันนายาว สวนสยาม บางชัน เศรษฐบุตรบำเพ็ญ สีหบุรานุกิจ และมีนบุรี
ต้นทุนเวนคืนที่ดินพุ่ง
“อีกทั้งเพิ่มงบฯเวนคืนจากเดิม 4,000 กว่าล้านบาท เพราะต้องเวนคืนเพิ่มในบางจุด ส่วนใหญ่เป็นช่วงทางโค้ง เช่น แคราย ห้าแยกปากเกร็ด มีนบุรี เป็นต้น และผลพ่วงจากการปรับราคาประเมินของกรมธนารักษ์ที่จะประกาศใช้ราคาใหม่ของปีนี้ด้วย”
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ขณะนี้นางสาวรัชนี ตรีพิพัฒน์กุล ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. ให้เร่งปรับแผนก่อสร้างโครงการนี้ให้เสร็จโดยเร็ว และเปิดประมูลภายในปีนี้เพื่อผลักดันนโยบายของรัฐบาลก่อสร้างรถไฟฟ้า 10 สายให้ทันรัฐบาลชุดนี้ และสานต่อนโยบายหาเสียง 20 บาทตลอดสาย เพราะสายสีชมพูหลังสร้างเสร็จในปี 2560 จะเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย

ประมูลสิ้นปี-เร็วขึ้นจากแผน 2 ปี

“ที่ปรึกษาจะสรุปผลศึกษาเสร็จเดือนเมษายนนี้ จากนั้นจะเตรียมทำเอกสารประกวดราคาและเวนคืนที่ดินประมาณตุลาคม-ธันวาคมนี้จะเปิดประมูลได้
ใช้เวลาสร้าง 4 ปี แล้วเสร็จและเปิดบริการปี 2560 เร็วขึ้น 2 ปี จากแผนแม่บทที่กำหนดในปี 2562 ปีแรกเปิดบริการ จะมีผู้โดยสารมาใช้บริการกว่า 3 แสนเที่ยวคน/วัน เพิ่มขึ้นจากผลการศึกษาเดิม 20% เพราะเก็บ 20 บาทตลอดสายจะทำให้คนมาใช้มากขึ้น” แหล่งข่าวกล่าวและว่า
ส่วนรูปแบบการลงทุนจะเป็นดีไซน์แอนด์บิวด์ คือ จะก่อสร้างและออกแบบไปพร้อมกัน ซึ่งวิธีการนี้จะคล้ายกับการลงทุนแบบเทิร์นคีย์ (เบ็ดเสร็จ) โดยผู้รับเหมาก่อสร้าง คนออกแบบ และผู้ผลิตระบบรถไฟฟ้าจะเป็นเจ้าเดียวกันทั้งหมด เพื่อให้ง่ายในการก่อสร้างและบริหารจัดการเดินรถ อีกทั้งผู้ผลิตรถโมโนเรลในตลาดจะมีไม่กี่รายเท่านั้น
โดยเอกชนที่สนใจจะเสนอการลงทุนมาเป็นแพ็กเกจเดียวกันทั้งโครงการ นอกจากนี้ทางประธานบอร์ดยังได้เร่งรัดให้ รฟม.ดำเนินการออกแบบรายละเอียดรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) ให้เสร็จและเปิดประกวดราคาในปีนี้ โดยให้เริ่มดำเนินการก่อสร้างช่วงศูนย์วัฒนธรรมเชื่อมกับรถไฟฟ้าใต้ดินเดิมไปยังมีนบุรีเพื่อต่อเชื่อมกับสายสีชมพูก่อน
สำหรับแนวเส้นทางจุดเริ่มต้นจะใกล้ทางแยกแคราย จุดเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) หน้าศูนย์ราชการ จ.นนทบุรี วิ่งไปตามแนวถนนติวานนท์ เลี้ยวเข้าถนนแจ้งวัฒนะบริเวณห้าแยกปากเกร็ด
ผ่านเมืองทองธานี ศูนย์ราชการแห่งใหม่ แยกหลักสี่จะเชื่อมรถไฟสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) วิ่งไปตามเกาะกลางถนนแจ้งวัฒนะผ่านมหาวิทยลัยราชภัฏพระนคร ไปเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่) ที่วงเวียนอนุสาวรีย์หลักสี่ วิ่งไปตามถนนรามอินทราถึงแยกมีนบุรีเลี้ยวเข้าเมืองมีนบุรีไปตามแนวถนนสีหบุรานุกิจ ผ่านคลองสามวา คลองแสนแสบ ถนนรามคำแหง สิ้นสุดที่ตลาดมีนบุรีใกล้แยกถนนรามคำแหง-ร่มเกล้า จะเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีส้ม

ยักษ์อสังหาฯตีปีกรับผังเมืองใหม่


ยักษ์อสังหาฯตีปีกรับผังเมืองใหม่ 





               ยักษ์อสังหาฯตีปีกรับผังเมืองใหม่ เร่งเปิดกรุที่ดินเก่าเดินหน้าขึ้นโครงการ หลัง กทม.ปรับสีการใช้ประโยชน์ที่ดินใหม่ "เค.อี.แลนด์" ทุ่ม 5 พันล้าน ลุยศูนย์ซีดีซีเฟส 2 ผุดออฟฟิศบิลดิ้ง-โชว์รูมตกแต่งบ้านเพิ่ม เปิดโรงหนังใน "คริสตัล พาร์ค" ย่านเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา ด้าน "เสี่ยเจริญ" เตรียมปัดฝุ่นที่ดิน 300 ไร่ ติดถนนเกษตร-นวมินทร์ "เฟอร์เฟค" ส้มหล่นปรับแผนคอนโดฯ "เมโทร สกาย" ทำเลแยกบางใหม่ สร้างคอมมิวนิตี้มอลล์แทน