PRN บริการรับฝากขาย-ให้เช่าที่ดิน บ้าน คอนโด โดยทีมงานมืออาชีพ ให้คำปรึกษาฟรี 094-2353251
Showing posts with label ศุภาลัย. Show all posts
Showing posts with label ศุภาลัย. Show all posts

อสังหาเปิดโผทำเลทอง 16 จังหวัดทั่วไทย



เปิดทำเลทองแผนลงทุนอสังหาฯต่างจังหวัด


 ทุนเมืองกรุง 9 บริษัทเสี่ยสั่งลุย จ่อผุด 50 โครงการ กระจายทำเล 16 จังหวัดครบทุกภาค "ศุภาลัย-ซีพีแลนด์" รั้งแชมป์มากสุด "อุบลฯ-นครพนม-หนองคาย-สระบุรี-ราชบุรี-สุพรรณฯ-นครศรีฯ" ติดโผจังหวัดน้องใหม่แห่ชิมลางลงทุนดักเออีซี


ผู้สื่อข่าวสำรวจแผนลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัดปี 2557 ของบริษัทพัฒนาที่ดินทั้งรายใหญ่-รายกลาง 9 บริษัทในกรุงเทพฯ อาทิ บมจ.แสนสิริ, บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์ หรือคิวเฮ้าส์, บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์, บมจ.ศุภาลัย, บจ.กานดา พร็อพเพอร์ตี้ ฯลฯ พบว่า ถึงแม้ขณะนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง เพราะกำลังซื้อชะลอตัว แต่ดูเหมือนจะเป็นผลกระทบที่โฟกัสเฉพาะตลาดใหญ่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล


ในขณะที่แผนลงทุนในต่างจังหวัดแนวโน้มยังคึกคัก อาจเป็นเพราะได้รับผลกระทบน้อยกว่ากรุงเทพฯ รวมทั้งจังหวัดชายแดนก็ได้รับอานิสงส์จากการนับถอยหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 โดยพบว่าทั้ง 9 บริษัทวางแผนเปิดตัวใหม่รวมกันอย่างน้อย 50 โครงการ ในจำนวนนี้มี 10 จังหวัดที่เป็นพื้นที่การลงทุนต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา ชลบุรี ระยอง สุราษฎร์ธานี สงขลา ภูเก็ต และมีอีก 7 จังหวัดใหม่ที่จะเห็นการลงทุนปีนี้ ได้แก่ อุบลราชธานี นครพนม หนองคาย สระบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และนครศรีธรรมราช

ศุภาลัยรุก 10 โครงการ


จากการสำรวจพบว่า บมจ.ศุภาลัยสรุปแผนล่าสุดเตรียมเปิดตัวโครงการต่างจังหวัดไม่ต่ำกว่า 10-11 โครงการ แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮาส์ 9-10 โครงการ คอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท โดยเป็นแผนเปิดตัวในจังหวัดที่เข้าไปลงทุนแล้ว 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น อุดรธานี ชลบุรี ระยอง สุราษฎร์ธานี สงขลา ภูเก็ต ขณะเดียวกัน มีจังหวัดใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดโครงการ 3 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการบริหาร บมจ.ศุภาลัย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ยอดขาย-ยอดโอนกรรมสิทธิ์อสังหาฯ นอกเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง ล่าสุดจึงเตรียมรุกตลาดต่างจังหวัดเต็มที่

"ทิศทางปีนี้เราเน้นบ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮาส์ ส่วนคอนโดฯจะลดการลงทุนลง เพราะปีที่ผ่านมา บางจังหวัดมีซัพพลายจำนวนมาก เฉพาะไตรมาสแรก ศุภาลัยจะเปิดในภูมิภาค 3-4 โปรเจ็กต์" นายไตรเตชะกล่าว

คิวเฮ้าส์ลุยเหนือ-ตะวันออก


ส่วน บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์ พร้อมรุกตลาดต่างจังหวัดปีนี้ 6 โครงการ ใน 3 จังหวัด คือชลบุรี เชียงราย ประจวบคีรีขันธ์ มูลค่าขายรวม 6 พันล้าน ได้แก่ 1.โครงการเดอะทรัสต์คอนโด อมตะ-ชลบุรี 2.เดอะทรัสต์คอนโด พัทยาเหนือ 3.คาซ่าคอนโด จ.เชียงราย 4.ทาวน์เฮาส์ใน จ.ชลบุรี 2 โครงการ และ 5.คิวซีไซด์ หัวหิน

แหล่งข่าวจาก บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์ กล่าวว่า ปีนี้กลุ่มคิวเฮ้าส์จะรุกตลาดต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยเปิด 6 โครงการ เทียบปีที่แล้วเปิดตัว 2 โครงการ มีเดอะทรัสต์คอนโด พัทยากลาง กับเดอะทรัสต์คอนโด หัวหิน ซอย 5 แผนปีนี้จะเปิดคอนโดฯใน จ.เชียงราย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของบริษัท ตามแผนจะเปิดตัวแบรนด์ "คาซ่าคอนโด" ราคาเริ่มต้น 1-2 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1 พันล้านบาท เจาะกลุ่มเป้าหมายคนไทยและชาวจีน

"เชียงรายเป็นจังหวัดชายแดนที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัว มีนักลงทุนจีนเข้ามาตั้งโรงงานอบยางพาราเพื่อส่งกลับประเทศ บางส่วนก็ส่งลูกหลานมาเรียนที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในด้านกำลังซื้อ" แหล่งข่าวกล่าว

แสนสิริ-LPN 6 โครงการ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ บมจ.แสนสิริปีนี้ประกาศลดการลงทุนต่างจังหวัด คาดว่าจะเปิดโครงการใหม่เพียง 3 แห่ง เทียบกับปีที่ผ่านมาบุกตลาดต่างจังหวัดถึง 25 โครงการ อาทิ เปิดตัวบ้านเดี่ยวในขอนแก่น, คอนโดฯในพิษณุโลก ฯลฯ เหตุผลที่รุกต่างจังหวัดน้อยลง เนื่องจากแผนลงทุนของรัฐบาล ภายใต้โครงการ 2 ล้านล้าน ยังไม่มีความชัดเจน

ส่วน บมจ.แอล.พี.เอ็น.ฯ เตรียมเปิดคอนโดฯในต่างจังหวัด 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3,000-4,000 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นแผนที่เลื่อนมาจากปีที่ผ่านมา ได้แก่ ชะอำ 2 โครงการ และหัวหิน ซอย 7 อีก 1 โครงการ

ซีพีแลนด์จองหัวเมืองรอง


บมจ.ซีพีแลนด์จะเปิดโครงการในต่างจังหวัด 20 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคอนโดฯ แบรนด์ "กัลปพฤกษ์" ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 1.1-1.3 ล้านบาท ทำเลที่สรุปแล้ว ได้แก่ หนองคาย นครราชสีมา สกลนคร เชียงใหม่ พิษณุโลก กาญจนบุรี สงขลา เชียงราย โดยมองว่าการเปิดเออีซีจะเป็นปัจจัยหนุนให้เศรษฐกิจต่างจังหวัดขยายตัว

ส่วน บมจ.เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง ตั้งเป้าเปิดตัวในต่างจังหวัด 1-2 โครงการ ที่สรุปแล้วคือเชียงใหม่ ซึ่งเพิ่งจะเข้ามาเป็นครั้งแรก เตรียมเปิดขายเป็นทางการกุมภาพันธ์นี้ ทำเลติดถนนซุปเปอร์ไฮเวย์-ฟ้าฮ่าม ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำปิง เฟสแรก 2 อาคาร รวม 150 ยูนิต แบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยเริ่ม 30 ตารางเมตร ราคาเริ่ม 1.8 ล้านบาท/ยูนิต

ทั้งนี้จะเห็นว่าตลาดคอนโดฯในเชียงใหม่เริ่มแข่งขันสูง ปัจจุบันมีผู้ประกอบการจากกรุงเทพฯเข้าไปทำโครงการ อาทิ ควอลิตี้เฮ้าส์, แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, แสนสิริ, พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ฯลฯ

เพอร์เฟคบุกเมืองท่องเที่ยว


ด้าน บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค มีแผนลงทุนเปิดตัวในต่างจังหวัด 3 โครงการ มูลค่าโครงการ 4,000-5,000 ล้านบาท โดยจะรุกตลาดบ้านเดี่ยว แบรนด์ "เพอร์เฟคเพลส" จ.เชียงใหม่ ราคา 3-4 ล้านบาท ส่วนจังหวัดใหม่ ๆ พบว่ามีที่เขาใหญ่และหัวหิน โดยจะรุกตลาดเขาใหญ่ เปิดโครงการที่ดินจัดสรรเพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศ และคอนโดฯ "เบลล่า คอสต้า" เขาเต่า ออกแบบโลว์ไรส์ 1-7 ชั้น 9 อาคาร รวม 325 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.85 ล้านบาท

ขณะที่ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยังไม่ได้ประกาศแผนธุรกิจปี 2557 แต่มีข้อมูลว่าเตรียมเปิดตัวโครงการ "สีวลี" จ.เชียงราย ราคา 3.5-10 ล้านบาท กว่า 300 ยูนิต เป็นโครงการที่เลื่อนเปิดตัวจากเดือนพฤศจิกายน 2556 และบจ. กานดา พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนเปิดทาวน์เฮาส์อีก 1 โครงการ ในภูเก็ต ยูนิตละ 1.9-2 ล้านบาท

7 จังหวัดใหม่ติดโผลงทุน


พบว่ามีจังหวัดใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีผู้ประกอบการอสังหาฯจากเมืองกรุงเข้าไปลงทุน แต่จะได้เห็นการลงทุนในปีนี้อย่างน้อย 7 จังหวัดด้วยกัน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลางและภาคอีสาน ได้แก่ อุบลราชธานี นครพนม หนองคาย สระบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และนครศรีธรรมราช

โดย "ศุภาลัย" ที่ประกาศตัวว่ามีความถนัดโครงการแนวราบในต่างจังหวัด เตรียมเจาะตลาดบ้านจัดสรรที่อุบลฯ กับนครศรีฯ เป็นครั้งแรก หลังจากศึกษาพื้นที่ 1-2 ปีมาแล้ว พบว่าทั้ง 2 จังหวัดมีศักยภาพ โดยอุบลฯ มีจุดเด่นเป็นจังหวัดชายแดนติด สปป.ลาว เศรษฐกิจจึงขยายตัวได้จาก 2 ส่วน คืออุตสาหกรรม-การค้า และการเกษตร ส่วนนครศรีฯ เป็นจังหวัดที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวดี

ฟาก "ซีพีแลนด์" ปีที่ผ่านมาเปิดตัวอสังหาฯแล้ว 16 จังหวัด สำหรับปีนี้ยังเดินเกมรุกต่อเนื่องในจังหวัดใหม่ ๆ อย่างน้อย 5 แห่ง ได้แก่ นครพนม หนองคาย สระบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี โดยมองว่าพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ในต่างจังหวัดอยากอยู่คอนโดฯ ส่วนหนึ่งซื้อเพื่อทดแทนการเช่าอพาร์ตเมนต์

กลยุทธ์หลักค่าย ซีพีแลนด์ มุ่งกระจายลงทุนหลายจังหวัด เพื่อลดความเสี่ยง เน้นพัฒนาแต่ละโครงการให้มียูนิตจำนวนไม่มาก 100-500 ยูนิต ราคาขาย 1.1-1.3 ล้านบาท โดยเชื่อว่าการเปิดเออีซีจะทำให้เศรษฐกิจต่างจังหวัดขยายตัวได้อีก

ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า อสังหาฯต่างจังหวัดปีนี้มีแนวโน้มคึกคักและสดใสเป็นอย่างยิ่ง


ที่มา: prachachat.net/news_detail.php?newsid=1390230261

พิษรถยนต์คันแรกกระทบยอดซื้อบ้าน

อธิป พีชานนท์




บิ๊กศุภาลัยฯ เผยยอดปฏิเสธสินเชื่อบ้านแนวราบเพิ่ม คาดสาเหตุหนี้ครัวเรือนพุ่ง แถมเศรษฐกิจชะลอตัวฉุดกำลังซื้อหด ขณะที่ตลาดคอนโดฯ รถคันแรกทำลูกค้าหาย เร่งขยายคอนโดฯ เกาะแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ล่าสุด เปิดตัว ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สถานีพระนั่งเกล้า มูลค่า 1,750 ล้านบาท กวาดยอดขายแล้ว 400 ล้านบาท จากลูกค้าเก่า ด้านผู้บริหารออริจิ้นฯ ยอมรับลูกค้าที่กู้ซื้อคอนโดฯ ใหม่อาจจะยากขึ้น ส่วนลูกค้าที่ซื้อคอนโดฯ ของบริษัทถูกปฏิเสธสินเชื่อน้อยมากแค่ 2-3%

นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า 

ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีนี้ยังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการจะต้องมีความระมัดระวังในการลงทุน โดยการเปิดโครงการใหม่จะต้องดูความเหมาะสมทั้งด้านเศรษฐกิจ และปัจจัยการเมือง โดยจะเห็นได้จากการเปิดตัวโครงการใหม่

สำหรับศุภาลัย ไม่ได้ชะลอการลงทุนแต่อย่างใด พร้อมเดินหน้าเปิดโครงการตามแผนที่วางเอาไว้อีก 16 โครงการ มูลค่ามากกว่า 16,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 4 โครงการ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ส่วนบ้านแนวราบ 12 โครงการ มูลค่าประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากเกิดความผิดปกติไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง หรือเศรษฐกิจตกต่ำเกิดขึ้นบริษัทก็จะพิจารณาการลงทุนใหม่ตามภาวะตลาด

“ในส่วนของผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากการมีหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากหนี้บัตรเครดิต จากรถยนต์คันแรก ซึ่งลูกค้าบางส่วนไม่สามรถผ่อนรถได้ ทำให้กลุ่มนี้ซื้อบ้านไม่ได้ เพราะไม่สามารถผ่อนทั้งบ้าน และรถได้ในเวลาเดียวกัน บางรายผ่อนไม่ไหวกลายเป็นหนี้ ต้องใช้เวลา 2-3 ปี กว่าจะถูกลบออกจากแบล็กลิสต์ รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นได้รับผลกระทบจากราคาหุ้นผันผวน”

นอกจากนี้ ยังพบว่าลูกค้าบางส่วนโดยเฉพาะที่ซื้อโครงการแนวราบมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยมาจากหลายสาเหตุ ทั้งมีเงินก้อนสำหรับวางดาวน์ไม่เพียงพอ ได้รับวงเงินสินเชื่อน้อยลง เนื่องจากการสร้างบ้านเดี่ยวเสร็จเร็วระยะเวลาจอง และทำสัญญาสั้น ลูกค้ามีเวลาเตรียมด้านการเงินน้อย ไม่มีเวลาผ่อนดาวน์น้อย ซึ่งโดยภาพรวมมียอดปฏิเสธสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 20% สำหรับโครงการแนวราบ โดยในส่วนของศุภาลัย มียอดปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 10% จากเดิมอยู่ที่ 7% ส่วนคอนโดมิเนียม ยอดปฏิเสธสินเชื่อยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งปัจจุบัน บริษัทได้เก็บเงินดาวน์ตั้งแต่ 15-25 % ขึ้นอยู่กับโครงการ และทำเล บริษัทจะมีการนัดลูกค้าเพื่อตรวจความพร้อมขอสินเชื่อ (พรีแอพพรูฟ) ให้ก่อนที่จะโอน 3 เดือน เพื่อที่ลูกค้าจะได้เตรียมเงินสำหรับโอนห้องชุด

วางเป้าผุดคอนโดฯ เกาะรถไฟฟ้าทุกสาย


นายอธิป กล่าวต่อว่า ปัจจุบันผู้บริโภคนิยมซื้อคอนโดฯ ตามแนวรถไฟฟ้ามากขึ้น เนื่องจากปัญหาการจรจรติดขัด ราคาน้ำมันแพง ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทได้ลงทุนเกาะไปกับแนวรถไฟฟ้าทั้งสายเก่าและส่วนต่อขยาย โดยเฉพาะโครงการที่มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงบางใหญ่-บางซื่อ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ตั้งแต่สถานนีบางซื่อ ไปจนถึงสะพานพระนั่งเกล้า ปัจจุบันมีการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์กว่า 35 โครงการ เป็นโครงการของศุภาลัย 5 โครงการ ซึ่งแต่ละโครงการมียอดขายเฉลี่ย 80% โดยสถานีที่มีการพัฒนาโครงการมาก คือ ย่านรัตนาธิเบศร์ ติวานนท์ กรุงเทพนนท์-บางซื่อ ราคาขายเฉลี่ย 40,000-70,000 บาทต่อตารางเมตร นอกจากนี้ ยังพบว่าราคาที่ดินปรับเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา 15-20% ตารางวาละ 150,000-200,000 บาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทสนใจที่จะลงทุนพัฒนาโครงการตามแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเกือบทุกเส้นทาง โดยได้ศึกษาโครงการรถไฟฟ้าสายอื่น เช่น สายสีชมพู สายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายสายสีเขียว เพื่อรอพัฒนาโครงการในระยะต่อไป

ล่าสุด บริษัทได้เปิดโครงการคอนโดมิเนียม “ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สถานีพระนั่งเกล้า-เจ้าพระยา” ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีพระนั่งเกล้า-เจ้าพระยา จำนวน 733 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,750 ล้านบาท ที่ผ่านมา ได้เปิดให้ลูกค้าเก่าจองล่วงหน้ามียอดขายแล้ว 180 ยูนิต มูลค่า 400 ล้านบาท คิดเป็น 30% ของยอดขาย และจะเปิดให้ลูกค้าทั่วไปจองอย่างเป็นทางการวันที่ 21-22 กันยายนนี้

พีระพงศ์ จรูญเอก



“ออริจิ้นฯ” ชี้ลูกค้ารายใหม่กู้ยากขึ้น


นายพีระพงศ์ จรูญเอก กรรมการบริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้พัฒนาคอนโดฯ เกาะแนวรถไฟฟ้า โซนสุขุมวิทตอนปลาย กล่าวว่า ในส่วนของลูกค้าที่ซื้อโครงการคอนโดฯ ของบริษัทฯ นั้น ต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ ลูกค้าที่อยู่ระหว่างการโอนนั้น สัดส่วนการกู้ไม่ผ่านมีประมาณไม่มากประมาณ 2-3% ขณะที่ในระบบมีมากกว่า 10% แต่หากเป็นลูกค้าที่เริ่มซื้อคอนโดฯ ใหม่ (พรีเซล) ตรงนี้จะยากขึ้น เนื่องจากลูกค้ามีภาระในด้านค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ก็ช่วยคัดกรองลูกค้าของโครงการแม้การซื้อจะช้าไปบ้าง

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ยอดปฏิเสธสินเชื่อของโครงการไม่มาก เพราะมีเป้าหมายลูกค้าที่ชัดเจนที่เน้นกลุ่มคนทำงานในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งจะมีโรงงาน และธุรกิจที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรม กลุ่มนี้มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย มีกำลังซื้อสูงรองจากกรุงเทพฯ โดยจีดีพีใน จ.สมุทรปราการ มีประมาณ 7 แสนล้านบาท ซึ่งลูกค้าที่เกี่ยวกับอุตฯ ทางโครงการจะมีสัดส่วนประมาณ 70% ขณะที่กลุ่มลูกค้าที่ทำงานในสำนักงานมีสัดส่วน 30% เช่น โซนเพลินจิตถึงอโศก มีเครดิตเยอะ ถือบัตรเครดิตหลายใบ ทำให้เกิดรายจ่ายค่อนข้างมาก ซึ่งกลุ่มดังกล่าวอาจจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่อาจจะชะลอตัวลง


ที่มา:http://www.manager.co.th/iBizchannel/viewNews.aspx?NewsID=9560000108369

แผนอสังหาฯปี 2556 นอกเมืองหลวงระอุ



ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี"55 กลายเป็นปีทองของตลาด "ต่างจังหวัด" อานิสงส์เกิดจากหลังน้ำท่วมใหญ่ทำให้เกิดความต้องการซื้อบ้าน-คอนโดมิเนียมหลังที่ 2 ไว้หลบภัยธรรมชาติ บวกกับเศรษฐกิจต่างจังหวัดเติบโตดีจึงเกิดดีมานด์จากคนท้องถิ่น

จากรอยต่อปี"55-56 ดีกรีความร้อนแรงของการลงทุนเปิดตัวโครงการในทำเลต่างจังหวัด โดยผู้ประกอบการบิ๊กแบรนด์อสังหาฯจากกรุงเทพฯยังฮอตต่อเนื่อง ผู้ประกอบการหลายรายฟันธง

ตรงกัน...เทรนด์กำลังเป็นขาขึ้น ! เนื่องจากพืชผลการเกษตรหลัก อาทิ ข้าว ยางพารา ฯลฯ มีราคาดี


8 บิ๊กแบรนด์ไล่เปิด 13 จังหวัด


จากการสำรวจแผนธุรกิจปี"56 ของผู้ประกอบการอสังหาฯชั้นนำ 8 ราย ได้แก่ บมจ.แสนสิริ, บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท, บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, บมจ.ศุภาลัย, บมจ.แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ หรือ LPN, บมจ.ลลิล พร็อพเพอร์ตี้, บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น, และ บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค พบว่ามีแผนพัฒนาโครงการในต่างจังหวัดรวมกว่า 55 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกันกว่า 45,800 ล้านบาท

(ไม่รวมแอล.พี.เอ็น.ฯที่ยังไม่สรุปตัวเลข)

ในจำนวนนี้แยกเป็น "แสนสิริ" ประมาณ 14 โครงการ รวมมูลค่าขาย 14,700 ล้านบาท "ศุภาลัย" ไม่ต่ำกว่า 10 โครงการ กว่า 8,000 ล้านบาท "แลนด์ฯ" 9 โครงการ ประมาณ 8,500-9,000 ล้านบาท "พฤกษาฯ" 9 โครงการ ประมาณ 6,300 ล้านบาท

"LPN" 4 โครงการ (ยังไม่สรุปมูลค่าโครงการ) "ลลิลฯ" 5 โครงการ ประมาณ 1,900-2,000 ล้านบาท "เอสซีฯ" 2 โครงการ ประมาณ 3,800 ล้านบาท "เพอร์เฟค" 2 โครงการ ประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท โดยพบว่า 2 ภูมิภาค "ตะวันออก-อีสาน" คือภูมิภาคที่แข่งขันกันรุนแรงแน่นอน

ชลบุรี...ศึกช้างชนช้าง


เมื่อลงรายละเอียด "ชลบุรี" ทำเลที่ครอบคลุมทั้งเมืองพัทยา ศรีราชา และตัวเมือง กลายเป็นจังหวัดที่ฮอตที่สุด มีผู้ประกอบการ 6 ใน 8 รายจะเข้าไปลงทุน โปรดักต์มีครบทั้งโครงการแนวราบ-แนวสูง อาจเป็นเพราะด้วยศักยภาพจังหวัดที่เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ

ค่ายอสังหาฯที่มีแผนลงทุนออกมาค่อนข้างชัดเจนคือ "เอสซีฯ" จะส่งคอนโดฯแบรนด์ "เซ็นทริค" บุกตลาดกว่า 900 ยูนิต ราคาเริ่มต้นตารางเมตรละ 80,000 บาท มูลค่าโครงการ 2,400 ล้านบาท ตามต่อด้วย "พฤกษาฯ" จะเปิดตัวบ้านจัดสรร 2 โครงการแบรนด์ "พฤกษานารา" ในทำเลพัทยาและหนองมน ระดับราคายูนิตละกว่า 2-3 ล้านบาท กับ "ลลิลฯ" จะเปิดตัวบ้านจัดสรร 1 โครงการ ราคาไม่เกิน 2-5 ล้านบาท

ส่วนเจ้าพ่อคอนโดฯตลาดกลาง-ล่างอย่าง "LPN" จะเปิดตัวคอนโดฯเฟสใหม่ต่อเนื่องใน 2 โครงการ คือ ลุมพินี คอนโดทาวน์ ชลบุรี-สุขุมวิท กว่า 1,000 ยูนิต เจาะกำลังซื้อคนท้องถิ่น ราคาเริ่มต้นประมาณ 6 แสนบาท และในโครงการลุมพินีพาร์คบีช จอมเทียน เฟสใหม่ซึ่งยังไม่สรุปแผน คาดว่าจะมีราคาเริ่มต้น 1 ล้านกลาง ๆ เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการคอนโดฯตากอากาศ

นอกจากนี้มี "แสนสิริ" และ "ศุภาลัย" ที่จะพัฒนาโครงการเช่นกัน

"อุดรฯ-ขอนแก่น" แอบร้อนแรง


จังหวัดที่คึกคักตามมาติด ๆ มีโครงการจ่อผุดพรึ่บ พบว่ามี 4 จังหวัดด้วยกัน คือ "อุดรธานี-ขอนแก่น-เชียงใหม่-ภูเก็ต" แต่ละจังหวัดมี 4-5 บริษัทที่ประกาศแผนจะเข้าไปลงทุน

เริ่มจาก "อุดรฯ" มี 5 บริษัทประกอบด้วย "ศุภาลัย-แสนสิริ-แลนด์ฯ-ลลิลฯ-LPN" โดยค่ายที่สตาร์ตแรง คือ "LPN" เตรียมเขย่าตลาดคอนโดฯระดับกลางที่อุดรฯด้วยการส่งแบรนด์ "ลุมพินีเพลส" ราคาเริ่มต้นยูนิตละประมาณ 1.5 ล้านบาทรวดเดียวกว่า 2,000 ยูนิต บนที่ดินใจกลางเมืองกว่า 10 ไร่

ขณะที่อีก 3 บิ๊กแบรนด์ "ลลิลฯ-ศุภาลัย-แลนด์ฯ" คาดว่าจะพัฒนาบ้านแนวราบ ขณะที่ "แสนสิริ" ยังอุบไต๋รายละเอียดโครงการ

นอกจากนี้มีกระแสข่าวว่าค่าย "เอพี-เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ฯ" ได้ซุ่มซื้อที่ดินเตรียมพัฒนาโครงการไว้แล้ว รวมถึง "เอสซี แอสเสทฯ" ก็ให้ความสนใจเข้าไปลงทุน โดยสนใจพัฒนาบ้านจัดสรรเจาะเรียลดีมานด์

"ราคาที่ดินในอุดรฯขยับขึ้นเร็ว ที่ดินโซนใจกลางเมืองตอนนี้ราคาตารางวาละแสนกว่าบาทก็มี บางแปลงก็ซื้อขายกันที่ความพอใจ ยอมรับว่าอุดรฯเจริญเร็ว มีห้างเซ็นทรัลโรงแรมเซ็นทารา และยูดีทาวน์ (คอมมิวนิตี้มอลล์) แทบจะเหมือนกรุงเทพฯ" คำกล่าวของ "พี่มีน-โอภาส ศรีพยัคฆ์" เอ็มดีของ LPNส่วนที่ขอนแก่นมี "พฤกษาฯ-แสนสิริ-แลนด์ฯ-ลลิลฯ" เตรียมจะเข้าไปลงทุน โดยพฤกษาฯและลลิลฯจะลงทุนโครงการแนวราบ ส่วนแสนสิริและศุภาลัยยังต้องติดตาม

"เชียงใหม่" เมืองปราบเซียน ?


จากอีสานขึ้นเหนือมาที่ "เชียงใหม่" ปีนี้ส่อเค้าแข่งขันกันหนัก หลังจากปลายปีก่อนศุภาลัยสร้างเซอร์ไพรส์ ปิดการขายคอนโดฯไฮไรส์แบรนด์ "ศุภาลัย มอนเต้ @ เวียงเชียงใหม่" 734 ยูนิต แบบม้วนเดียวจบภายในวันเดียว เช่นเดียวกับค่ายแสนสิริที่ไปได้ดีกับแบรนด์ "ดีคอนโด แคมปัส รีสอร์ท" เจาะกลุ่มผู้ปกครองซื้อไว้ให้นักศึกษาพักอาศัย ก็จองเกลี้ยง 546 ยูนิตในวันเดียว นำมาสู่การจุดพลุคลื่นลงทุนในปีนี้

โดยรายที่ประกาศจะลงสนามอสังหาฯเชียงใหม่ในปี"56 มี 4 บิ๊กแบรนด์ ทั้ง "แลนด์ฯ-แสนสิริ-ศุภาลัย-เพอร์เฟค" โดยค่ายแลนด์ฯเตรียมเปิดตัวคอนโดฯแบรนด์ราคา 2 ล้านบาทบวกลบ คาดว่าจะใช้แบรนด์ "นอร์ท" ถึง 3 โครงการในปีนี้

ส่วนเพอร์เฟคเตรียมเปิดตัวบ้านเดี่ยวราคา 4-7 ล้านบาท จำนวน 180 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 900 ล้านบาท ขณะที่ "แสนสิริ-ศุภาลัย" ยังไม่เผยรายละเอียด


"ภูเก็ต" ปะทุศึกแชมป์ชนแชมป์


ข้ามฟากมาที่ "ภูเก็ต" ยังคงเป็นดีเวลอปเปอร์หน้าเดิม ๆ "แลนด์ฯ-พฤกษาฯ-แสนสิริ-ศุภาลัย" ที่จะช่วงชิงกำลังซื้อ ค่ายที่น่าจะบุกหนักสูสีกันเป็นคู่ของ "พฤกษาฯ vs แสนสิริ" จากแผนล่าสุดแต่ละรายน่าจะเปิดตัวทั้งปีอย่างน้อย 4 โครงการ

เริ่มจาก "พฤกษาฯ" จะเปิดตัวทาวน์เฮาส์แบรนด์พฤกษาวิลล์ 2 โครงการ ราคาเฉลี่ย 1.8-2 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวแบรนด์เดอะแพลนท์ 1 โครงการ รวมถึงคอนโดฯราคา 1 ล้านต้น ๆ อีกกว่า 1,000 ยูนิต ส่วน "แสนสิริ" จะบุกตลาดภูเก็ตมากที่สุด ขณะนี้กำหนดแผนเปิดตัวทั้งปีไว้ 4 โครงการ

นอกจากนี้ก็ยังมีจังหวัดขอนแก่น เพชรบุรี (ชะอำ) ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) ระยอง นครราชสีมา สงขลา ที่หลายบริษัทเตรียมจะพัฒนาโครงการ

เป็นที่น่าสังเกตว่าการพัฒนาเริ่มไปถึงจังหวัดรองอย่าง "มหาสารคาม" ที่แสนสิริจะเข้าไปลงทุนกับ "สุราษฎร์ธานี" ที่ศุภาลัยเงื้อง่าจะเปิดตัวบ้านจัดสรร

เบ็ดเสร็จรวมแล้วมีอย่างน้อย 13 จังหวัดที่จะเป็นบิ๊กแบรนด์อสังหาฯ 8 รายกระโจนเข้าไปลงทุนในปีงูเล็ก !


ที่มา:ประชาชาติธุรกิจ