PRN บริการรับฝากขาย-ให้เช่าที่ดิน บ้าน คอนโด โดยทีมงานมืออาชีพ ให้คำปรึกษาฟรี 094-2353251
Showing posts with label การกู้. Show all posts
Showing posts with label การกู้. Show all posts

เอกสารการกู้ซื้อบ้าน การขอสินเชื่อธนาคาร

หลักฐานที่จะต้องนำไปให้ธนาคาร
ในการกู้เงินมีอะไรบ้าง ?

เอกสารการกู้ซื้อบ้าน
บ้าน ที่อยู่อาศัยปัจจัยที่จำเป็นของมนุษย์
ในการกู้เงินซื้อบ้าน หรืออาคารชุด สถาบันการเงินมักจะกำหนดให้ผู้ขอกู้ 
จะต้องนำหลักฐานต่างๆต่อไปนี้ โดยครบถ้วน

1) หลักฐานประจำตัว ได้แก่
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • บัตรประจำตัว
  • ทะเบียนสมรส หรือทะเบียนหย่า หรือใบมรณบัตร
  • สำเนาเปลี่ยนชื่อ สกุล (ถ้ามี)

2) หลักฐานเกี่ยวกับรายได้ ได้แก่
  • ผู้มีรายได้ประจำ
ใบรับรองเงินเดือน หรือหลักฐานการรับ/จ่ายเงินเดือนจากนายจ้าง
สมุดบัญชีงินฝากธนาคาร
  •  ผู้มีอาชีพอิสระ
สำเนาทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
บัญชีเงินฝาก พร้อม statement บัญชีเงินฝากกระแสรายวันย้อนหลัง 6 เดือน
หลักฐานรายได้หรือทรัพย์สินอื่นๆ

หลักฐานการซื้อขาย

3) หลักฐานเกี่ยวกับหลักทรัพย์และการซื้อขาย
  • สำเนาโฉนดที่ดิน หรือสำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิห้องชุด
  • แผนที่แสดงทำเลที่ตั้งของที่ดินหลักประกัน
  • สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญามัดจำ
  • ถ้าเป็นการซื้อห้องชุด ต้องมีสำเนาหนังสือสำคัญการจดทะเบียนอาคารชุด รายละเอียดทรัพย์ส่วนบุคคล และทรัพย์ส่วนกลาง
4) หลักฐานอื่นๆ
กรณีขอกู้เพื่อการปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร ต้องมี
  • แบบก่อสร้างอาคาร
  • หนังสืออนุญาตปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร
  • หนังสือสัญญาจ้างปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร
  • กรณีกู้เพื่อไถ่ถอนจำนอง ต้องมี
- สัญญากู้เงิน และสัญญาจำนองจากสถาบันการเงินเดิม
- statement การผ่อนชำระค่างวด ใน 6 เดือนสุดท้าย

สำคัญกรณีมีผู้กู้ร่วม 
  จะต้องมีหลักฐานส่วนตัว และหลักฐานรายได้ของผู้กู้ร่วมด้วยโดยปกติ ผู้ขอกู้จะต้องเตรียมหลักฐานต่างๆดังกล่าว โดยครบถ้วนในวันยื่นกู้หากไม่ครบ เจ้าหน้าที่อาจจะไม่รับเรื่อง หรืออาจรับเรื่องไว้และให้ผู้ขอกู้นำหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติม ซึ่งผู้ขอกู้ควรจะนำมาให้เจ้าหน้าที่ภายใน 3 วัน เพื่อจะไม่ทำให้การวิเคราะห์และอนุมัติกู้ล่าช้าออกไป


กู้ซื้อบ้าน

เอกสารที่ต้องเตรียมในการกู้ซื้อบ้าน

  • เอกสารส่วนตัว
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ ( ทั้งผู้กู้และคู่สมรสของผู้กู้หลัก / ร่วม )
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ใบเปลี่ยนชื่อ – ชื่อสกุล( ทั้งผู้กู้และคู่สมรสของผู้กู้หลัก / ร่วม )
  • กรณีสมรสจดทะเบียน : สำเนาทะเบียนสมรส กรณีสมรสไม่จดทะเบียน : หนังสือยืนยันสถานภาพการสมรส, สูติบัตรบุตร
  • กรณีหม้าย : ใบสำคัญการหย่า, ใบมรณะบัตร หรือใบแจ้งความเลิกร้างกับคู่สมรส
  •  หลักฐานอื่นๆกรณีขอกู้เพื่อการปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร ต้องมี

แบบก่อสร้างอาคาร

  • หนังสืออนุญาตปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร
  • หนังสือสัญญาจ้างปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร
  • กรณีกู้เพื่อไถ่ถอนจำนอง ต้องมี
  • สัญญากู้เงิน และสัญญาจำนองจากสถาบันการเงินเดิม
  • statement การผ่อนชำระค่างวด ใน 6 เดือนสุดท้าย


สินเชื่อ k bank  กสิกร

กรณีมีผู้กู้ร่วม จะต้องมีหลักฐานส่วนตัว และหลักฐานรายได้ของผู้กู้ร่วมด้วยโดยปกติ ผู้ขอกู้จะต้องเตรียมหลักฐานต่างๆดังกล่าว โดยครบถ้วนในวันยื่นกู้หากไม่ครบ เจ้าหน้าที่อาจจะไม่รับเรื่อง หรืออาจรับเรื่องไว้และให้ผู้ขอกู้นำหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติม ซึ่งผู้ขอกู้ควรจะนำมาให้เจ้าหน้าที่ภายใน 3 วัน เพื่อจะไม่ทำให้


การวิเคราะห์และอนุมัติกู้ล่าช้าออกไป
เทคนิคเลือกธนาคาร เพื่อกู้เงินซื้อบ้าน

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
         ดูว่าธนาคารมีลักษณะของการคิดอัตราดอกเบี้ยในรูปแบบที่ต้องการหรือ ไม่ เช่น อัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลากู้ ,อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นในช่วงแรกจากนั้นเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ฯลฯ จากนั้น จึงดูที่อัตราดอกเบี้ยว่า ที่ใดสูงหรือต่ำกว่ากัน
  •  เรื่องค่าใช้จ่ายในการกู้
             เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายที่ทางธนาคารจะเรียกเก็บ เช่น ค่าประเมินมูลค่าหลักประกัน,ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้,ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอน จำนองก่อนกำหนด
  • ธนาคารใดยอมให้กู้และให้กู้ในเงื่อนไขใดบ้าง
แต่ละธนาคารมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคุณสมบัติผู้กู้และปัจจัยอื่น ๆ ที่ แตกต่างกัน เช่น รายได้ของผู้กู้ ธนาคารจะต้องคำนวนรายได้ต่อปีของผู้กู้ และนำมาเปรียบเทียบกับวงเงินที่ขอกู้ และพิจารณาว่าผู้กู้มีความสามารถในการผ่อนชำระตามหลักเกณฑ์ของธนาคารหรือ ไม่ ธนาคารอาจใช้มูลค่าบ้านจากราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาจริงที่ซื้อขายเป็นหลักเกณฑ์ในการอนุมัติเงินกู้ ดังนั้น วงเงินกู้อาจจะไม่เพียงพอกับราคาบ้านที่ซื้อขายจริง นอกจากนี้ ธนาคารจะพิจารณาจากอายุของท่าน ถ้าอายุมากก็อาจให้ระยะเวลายืมสั้น เป็นต้น






ข้อควรระวัง :   กว่าที่จะทราบว่าท่านได้รับการอนุมัติให้กู้หรือไม่ คุณต้องทำเรื่องยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารไปแล้วในระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้นหากไม่ได้รับการอนุมัติให้กู้หรือได้วงเงินกู้น้อยกว่าที่มีเงิน ดาวน์ คุณอาจไม่สามารถซื้อบ้านที่ต้องการได้และถูกยึดเงินมัดจำหรือเงินจองได้ ดังนั้น ในการทำ "สัญญาจะซื้อจะขาย" ควรขอเวลาในการชำระเงินเพื่อซื้อ อย่างน้อย 2 ถึง 3 เดือน เพื่อให้มีโอกาสในการยื่นเรื่องกับธนาคารที่สอง หรือไม่ก็ควรยื่นเรื่องขอสินเชื่อไว้กับหลายๆ ธนาคารทีเดียวพร้อมกันแต่ทั้งนี้ ท่านอาจจะเสียค่าธรรมเนียมยื่นกู้หรือค่าประเมินมูลค่าหลักประกัน โดยรวมประมาณ 2 ถึง 4 พันบาทต่อธนาคารแต่ก็มีบางธนาคาร ซึ่งจะดูเรื่องการอนุมัติเงิน ก่อนว่า ให้หรือไม่ให้และให้เท่าใด แล้วจึงประเมินมูลค่าหลักประกัน คุณจึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ก่อนที่จะทราบว่า กู้ได้หรือไม่


การเลือกซื้อ บ้านมือสอง ที่ดี

เน้นคุณสมบัติ 3 ประการ
คือ ราคาถูก  เพื่อนบ้านดี  ทำเลเด่น

  • ดูทำเล บ้านมือสอง เน้นพื้นที่ในย่านที่กำลังมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือฟื้นฟูจากสภาพไม่น่าอยู่
  • สำรวจสภาพแวดล้อม และเพื่อนบ้านโดยเข้าไปพูด คุยสำรวจสอบถามเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ในสภาพแวดล้อมควร เน้นเลือกแหล่งที่ยังคงเจริญต่อไป และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่อชีวิตประจำวัน เช่น ใกล้โรงเรียน ศูนย์การค้า ตลาด และโรงพยาบาล ทั้งนี้ควรอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าน้ำจะต้องไม่ท่วมและไม่มีมลภาวะทางกลิ่น แสง และเสียง
  • สภาพ บ้านมือสอง  เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะมูลค่า บ้านมือสอง นอกจากจะขึ้นอยู่กับความต้องการและปริมาณสินค้าในตลาดแล้วยังขึ้นอยู่กับ ลักษณะตัว บ้านมือสอง เองด้วย ให้ท่านสำรวจและประเมินราคาทรัพย์สินด้วยตัวเอง เช่น ตรวจดูขนาดทรัพย์สินว่าเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์หรือเปล่า สภาพทรัพย์สิน การปรับปรุงทรัพย์สิน และการจัดการทรัพย์สิน
  • ซื้อ บ้านมือสอง ที่ราคาค่าเช่าต่ำกว่าราคาเช่าในท้องตลาด เพราะเราสามารถเพิ่มค่าเช่าได้
  • เลือกซื้อ บ้านมือสอง ที่มีเงื่อนไขเงินกู้สนับสนุน เช่น อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด หรืออัตราดอกเบี้ย 0% เพราะผลประโยชน์เหล่านี้คือส่วนลดจากราคาซื้อ บ้านมือสอง นั่นเอง
  • สอบถามเรื่องบริการชุมชน จากเพื่อนว่างานสารธาณูป โภคตลอดจนค่าใช้จ่ายส่วนกลางเป็นอย่างไร การดูแลรักษาสภาพโครงการสม่ำเสมอ และเหมาะสมหรือไม่
  • ตรวจข้อมูลเกี่ยวกับการจำนอง บ้านมือสอง เดิมกับสถาบันการเงินให้ชัดเจนรวมถึงภารผูกพันและสัญญาเช่าเดิมที่มีอยู่กับ ผู้อาศัยในปัจจุบันเพระผู้ซื้ออาจมีปัญหาการส่งค่างวด หรือค่าบริหารทรัพย์สินส่วนกลางต้องคุยรายละเอียดในเงื่อนไขเหล่านี้ให้ ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
  • ต้องคุยเรื่องค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอน บ้านมือสอง ที่จะซื้อ และภาษีให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับภาระ
  • เปรียบเทียบกับราคาประเมินบ้านที่มีอยู่แล้ว เช่น ราคาซื้อขาย บ้านมือสอง ที่คล้ายคลึงในบริเวณที่ใกล้เคียง ราคาประเมินของกรมที่ดิน ของธนาคาร และบริษัทประเมิน
  • ต่อรองราคาให้ราคาต่ำมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไป ได้ การต่อรองราคาถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ต้องใช้เสมอ ก่อนที่จะทำสัญญาซื้อขายขั้นสุดท้าย ให้ระลึกไว้เสมอว่าเงินทุกบาทที่ท่านต่อรองซื้อได้ต่ำกว่าราคาเสนอขาย นั่นหมายถึงกำไรที่จะตกมาถึงท่านในที่สุดนั่นเอง
  • ตรวจสอบและขอหลักฐานเก่าๆ ที่เป็นส่วนประกอบของสัญญาเดิมเอาไว้ เพราะเอกสารเหล่านี้มีผลในการบังคับให้เจ้าของโครงการต้องปฏิบัติตามที่ตกลง หรือสัญญาที่เคยระบุไว้
  • การใช้บริการของบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ จัดเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเลือกซื้อ บ้านมือสอง อย่างชาญฉลาดทางหนึ่ง เพราะเป็นช่องทางที่ทำให้มี บ้านมือสอง มาให้เลือกมากขึ้น และยังมีโอกาสให้มีคำแนะนำและการช่วยเหลือในด้านต่างฯ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ บ้านมือสอง ด้วย เช่น การพาไปดูบ้าน การติดต่อสถาบันการเงิน การหาราคาประเมิน ซึ่งบริการเหล่านี้มักไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือหากเสียก็น้อยมาก









สินเชื่อบ้านกสิกรไทย (K-Home Loan)

K-Home Loan




สินเชื่อบ้านกสิกรไทย  (K-Home Loan)


ถ้าวันนี้ฝันอยากมีบ้าน...เป็นเจ้าของบ้านหลังถูกใจโดยไม่ต้องรอนาน ไม่ต้องรอสะสมเงิน เป็นเจ้าของบ้าน หรือคอนโดในฝันกันได้ทุกคน แม้ไม่มีเงินดาวน์ กับสินเชื่อบ้านกสิกรไทย เบาใจดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนชำระยาวนาน 



  • เป็นวงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา คิดดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินกู้ประเภทอื่น และมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้เลือกได้หลายแบบ ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 30 ปี
  • เป็นเงินกู้เพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยประเภทบ้านและที่ดิน,ทาวน์เฮ้าส์,อาคารพาณิชย์,ห้อง ชุด, ที่ดินเปล่า รวมทั้งการปลูกสร้าง ต่อเติมหรือปรับปรุงที่อยู่อาศัย ตลอดจนรับโอนสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น โดยมีหลักทรัพย์คือที่อยู่อาศัย จำนองเป็นหลักประกัน
ระยะเวลาการกู้
สูงสุดไม่เกิน 30 ปี



คุณสมบัติของผู้ขอกู้
1.  สัญชาติไทย
2.  มีอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป
• กรณีเป็นผู้มีรายได้ประจำ อายุของผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาผ่อนชำระแล้วต้องไม่เกิน 60 ปี
• กรณีเป็นผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว อายุของผู้กู้รวมกับระยะเวลาผ่อนชำระแล้วต้องไม่เกิน 65 ปี
3.  อายุงาน
• กรณีเป็นผู้มีรายได้ประจำ ต้องมีอายุงานไม่น้อยกว่า 2 ปี ถ้าน้อยกว่า 2 ปีต้องมีประวัติทำงานที่เดิมอย่างน้อย 2 ปี
• กรณีเป็นผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว ต้องประกอบธุรกิจปัจจุบันมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
4.  ผู้กู้หลักต้องมีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป  (กรณีที่ผู้กู้เป็นผู้มีรายได้ประจำ เช่น พนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ต้องมีรายได้ตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป)
5.  มีจำนวนผู้กู้ร่วมได้ไม่เกิน 2 คน และต้องมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติ
 
วงเงินกู้และระยะเวลาการผ่อนชำระแยกตามประเภทการกู้

1. บ้านพร้อมที่ดิน และทาวน์เฮ้าส์ กู้ได้ไม่เกิน 80% ของราคาซื้อขายและไม่เกิน  80% ของราคาประเมิน (แล้วแต่ราคาใดต่ำกว่า) ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 30 ปี
2.  ห้องชุดที่มีระดับราคาขายตั้งแต่ห้องละ 500,000 บาทขึ้นไป ให้กู้ได้ไม่เกิน 80% ของราคาซื้อขาย และไม่เกิน 80% ของราคาประเมิน (แล้วแต่ราคาใดที่ต่ำกว่า) ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุดกำหนด ดังนี้
      • ราคาซื้อขายต่ำกว่า 1.0 ลบ. กำหนดระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 25 ปี
      • ราคาซื้อขายตั้งแต่ 1.0 ลบ.ขึ้นไป กำหนดระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 30 ปี
3.  อาคารพาณิชย์ กู้ได้ไม่เกิน 80% ของราคาซื้อขาย และไม่เกิน 80% ของราคาประเมิน ( แล้วแต่ราคา ใดต่ำกว่า ) ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 30 ปี
4.  ปลูกสร้างที่อยู่อาศัยบนที่ดินของตนเอง กู้ได้ไม่เกิน 100% ของราคาค่าปลูกสร้าง แต่ไม่เกิน 80% ของราคาประเมินที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 30 ปี
5.  ต่อเติมหรือปรับปรุงที่อยู่อาศัย กู้ได้ไม่เกิน 100% ของราคาประเมินส่วนที่ต่อเติม และไม่เกิน 80% ของราคาประเมินบ้านและที่ดิน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5.0 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 10 ปี
6.  รับโอนลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น (Refinance)
o ธนาคารกำหนดเงื่อนไขการกู้และอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้า Refinance โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ K-Home Loan Delivery 0 2888 8888 กด 5 กด 1 กด 7
7.  การกู้เพื่อซื้อที่ดินเปล่าต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้
      7.1 เพื่อซื้อที่ดินเปล่าเฉพาะในโครงการที่ธนาคารให้การสนับสนุน
      7.2 เพื่อซื้อที่ดินเปล่าไว้สำหรับการขยายที่อยู่อาศัยเดิมออกไป ตามความจำเป็นเพื่อการอยู่อาศัย
      กำหนดหลักเกณฑ์การให้กู้สำหรับข้อ 7.1 - 7.2 ดังนี้
               1) ให้กู้ได้ไม่เกิน 70% ของราคาประเมินที่ดิน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท
               2) กำหนดเนื้อที่ไม่เกิน 3 ไร่
               3) ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 10 ปี
      7.3 เพื่อซื้อที่ดินเปล่าจากการแก้ไขหนี้ของธนาคารกสิกรไทย
      7.4 เพื่อซื้อที่ดินเปล่าจากการประมูลขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี (เป็นทรัพย์จำนองของธนาคารกสิกรไทย)
      7.5 เพื่อซื้อที่ดินเปล่าที่เป็นทรัพย์รอการขายของธนาคารกสิกรไทย และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ที่ธนาคารกสิกรไทยจัดตั้งขึ้น ดังนี้
      กำหนดหลักเกณฑ์การให้กู้สำหรับข้อ 7.3 - 7.5 ดังนี้
               1) ให้กู้ได้ไม่เกิน 90% ของราคาซื้อขายและไม่เกิน  85%ของราคาประเมิน
               2) วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน10 ล้านบาท โดยทรัพย์ต้องมีเนื้อที่ไม่เกิน 10 ไร่
               3) ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 10 ปี
8. หลักเกณฑ์การให้กู้สำหรับที่อยู่อาศัยตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย
      • กรณีที่อยู่อาศัยมีราคาซื้อขายตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป กำหนดให้กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 80% ของราคาซื้อขาย (ที่อยู่อาศัยทุกประเภท)
      • กรณีที่หลักประกันเป็นห้องชุด ราคาซื้อขายต่ำกว่า 10 ล้านบาท กำหนดให้กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 90% ของราคาซื้อขาย

อัตราดอกเบี้ยพิเศษ
อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 6 แบบดังนี้

แบบที่ 1  อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1 ปีแรก 2.00%
แบบที่ 2  อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 4.50%
แบบที่ 3  อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก 5.25%
แบบที่ 4  อัตราดอกเบี้ยลอยตัวพิเศษ 1 ปีแรก MLR - 5.25%
แบบที่ 5  อัตราดอกเบี้ยลอยตัวพิเศษ 2 ปีแรก MLR-2.75%
แบบที่ 6  อัตราดอกเบี้ยลอยตัวพิเศษ 3 ปีแรก MLR- 2.00%
หลังจากระยะเวลาข้างต้น คิดอัตราดอกเบี้ย MLR สำหรับที่อยู่อาศัยทั่วไป หรือ คิดอัตราดอกเบี้ย MLR สำหรับอาคารพาณิชย์ จนสิ้นสุดอายุสัญญา
** อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวไม่รวมถึงการปล่อยกู้เพื่อซื้อที่ดินเปล่า****
นอกจากนี้ ธนาคารได้ยังมีอัตราดอกเบี้ยสำหรับกลุ่มลูกค้าพิเศษ ซึ่งอ้างอิงตามรายได้ (อาชีพทั่วไป) ที่มีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป และกลุ่มอาชีพพิเศษ ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร นักบินพาณิชย์ ผู้พิพากษา และอัยการ หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ K- Home Loan Delivery  0 2888 8888  กด 5 กด 1 กด 7

เงื่อนไขพิเศษ  ลูกค้าสามารถเลือกรับสิทธิ์ส่วนลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 0.50% ในช่วงปีแรก หากปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้
1. เซ็นสัญญาภายใน 7 วันทำการนับหลังจากวันที่ระบุในหนังสือแจ้งผลอนุมัติ
2. กรณีทำประกันชีวิตพิทักษ์สิน-โฮม/ซีเนียร์ (MRTA) รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 0.25%
    -  รับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยปีแรก 0.25% กรณีลูกค้าสมัครทำประกันชีวิตพิทักษ์สินฯ โดยมีทุนประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อเต็ม 100% ของวงเงินสินเชื่อและเลือกระยะเวลาคุ้มครองเต็มระยะเวลากู้
    -  รับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยปีแรก 0.12% กรณีทำประกันชีวิตพิทักษ์สินฯ นอกเหนือเกณฑ์ที่ระบุข้างต้น
หมายเหตุ
สามารถยื่นขอกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 1กรกฎาคม - 30 กันยายน 2555

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
ค่าประเมินราคาหลักประกันโดยบริษัท โพรเกรส แอพไพรซัล หรือบริษัทประเมินที่ธนาคารรับรอง หรือสาขา เป็นผู้ดำเนินการประเมินราคา คิด 2,700 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ระยะเวลาการพิจารณาการขอกู้
ประมาณ 7 วันทำการ (กรณีเอกสารครบถ้วน)

http://www.kasikornbank.com/th/personal/loans/khomeloan/pages/khomeloankasikorn.aspx

ขอสินเชื่อเพื่อ การกู้ซื้อบ้านทำไงบ้าง ?


ขอสินเชื่อเพื่อ การกู้ซื้อบ้านทำไงบ้าง ? 

            เงินดาวน์ (Down Payment) คือจำนวนเงินสดที่คุณจะต้อง สมทบในวันแรกของการกู้ยืมซึ่งมักถูกกำหนดให้เป็นเปอร์เซ็นต์ของราคา บ้านที่ต้องการซื้อ เช่น บ้านราคา 1,000,000 บาท ในการขอสินเชื่อบ้านคุณต้องดาวน์ 20% หมายความว่าคุณต้องออกเงินเอง 200,000 บาท โดยผู้ให้กู้จะให้กู้ในส่วนที่เหลือเท่ากับ 800,000 บาท



เงินต้น (Principal) คือจำนวนเงินที่คุณกู้ออกมาเพื่อใช้รวมกับเงินดาวน์ในการซื้อบ้านของคุณ

ระยะเวลากู้ยืม (Term/Tenure) คือจำนวนปีการผ่อนชำระ โดยทั่วไปจะถูกแบ่งออกเป็นงวดหรือจำนวนเดือน เช่น 60 งวดเท่ากับ 5 ปี พึงจำไว้ว่าระยะเวลาการกู้ที่ยาวขึ้นหมายถึง ดอกเบี้ย และ ความเสี่ยง ที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยง คุณควรกู้ให้ สั้นที่สุด หรือไม่ก็จ่ายเงินต้นคืนเกินกว่าที่กำหนดไว้ในค่างวด แต่คุณต้องแน่ใจว่าไม่มีค่าปรับการชำระโดยวิธีดังกล่าว นอกจากนี้ หากคุณมี หนี้สินอื่นๆ ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นจากบัตรเครดิตหรือจากการผ่อนรถยนต์ คุณควรไปลดยอดหนี้ดังกล่าวก่อน



ดอกเบี้ย (Interest) คือค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมที่คุณต้องจ่ายแก่ผู้ให้กู้ โดยปกติอัตราดอกเบี้ยจะคิดเป็นร้อยละต่อปีและถูกแบ่งออกเป็น สองประเภท

แบบลอยตัว เช่น MLR (Minimum Lending Rate) โดยอัตราดังกล่าวจะแตกต่างกันไปตามแต่ละธนาคารและจะมีการปรับเปลี่ยนเป็น ระยะๆ

แบบตายตัว เช่น 5.5% สำหรับชั่วระยะเวลาที่กำหนดไว้เช่น 1 ปี เป็นต้น