PRN บริการรับฝากขาย-ให้เช่าที่ดิน บ้าน คอนโด โดยทีมงานมืออาชีพ ให้คำปรึกษาฟรี 094-2353251
Showing posts with label อาคารชุด. Show all posts
Showing posts with label อาคารชุด. Show all posts

คอนโดมิเนี่ยม ยิ่งแรงแต่เสี่ยงจริงหรือ !


คอนโดมิเนี่ยมยิ่งแรงแต่เสี่ยงจริงหรือ !




          
ช่วงปลายปีที่ผ่านมามีส่วนช่วยผลักดันตลาดคอนโดมิเนียมให้วิ่งฉิวอยู่ในขณะนี้  แม้ว่าจะแผ่วลงไปบ้างในช่วงกลางปี หลังจากบ้านแนวราบเริ่มตั้งหลักได้อีกครั้ง ผนวกกับจำนวนซัพพลายที่เริ่มมีมากขึ้นจากการหนีตายของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่ทิ้งแนวราบ หันมาลุยแนวสูงทำให้การขายเริ่มอืดลงไปบ้าง แต่โดยรวมๆ แล้วปีนี้ก็ยังเป็นปีของ คอนโดมิเนียมอย่างไม่ต้องสงสัย

ธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย 
กล่าวว่า ในช่วงกลางปีถือเป็นช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างซบเซาทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต่างต้องเร่งออกมากระตุ้นด้วยการจัดกิจกรรมการตลาด โดยเฉพาะในตลาดคอนโดมิเนียม ซึ่งปีนี้คอนโดมิเนียมที่ขายดีจะอยู่ที่ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท แต่ตลาดที่ชะลอตัวลงอยู่ที่ราคา 2-3 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าคอนโดมิเนียมจะได้รับการตอบรับจากตลาดไปทั้งหมด เพราะในเมื่อคู่แข่งขันระดับบิ๊ก ๆ พร้อมเปิดหน้าชนขณะที่ผู้บริโภคเองก็ยังมีสถานะทางการเงินที่ไม่แข็งแรงมากพอ ด้วยปัจจัยลบทางเศรษฐกิจเป็นตัวฉุดรั้ง ผู้ประกอบการจึงต้องทำการบ้านและออกแรงมากยิ่งขึ้น เพื่อเอาชนะคู่แข่งในตลาด เรื่องนวัตกรรมของการอยู่อาศัย เรื่องของการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญและเป็นกุญแจที่จะนำมาสู่ความสำเร็จในบั้นปลาย

ธงชัย ปิยสันติวงศ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟค กล่าวว่า การเปิดตัวนวัตกรรมห้องชุดดีไซน์ใหม่ "มอฟฟ์ คอนโดมิเนียม หรือห้องชุดชั้นครึ่ง เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากลูกค้าสูงมาก โดยมียอดขายภายในงานเป็นไปตามเป้าหมายที่ 700 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคอนโดมิเนียมระดับราคา 1-3 ล้านบาท มีความต้องการสูงมาก แต่เป็นตลาดที่แข่งขันสูงเช่นกัน ซึ่งหากหาจุดที่แตกต่างได้ ก็มั่นใจว่าจะได้รับความสนใจ

สำหรับยอดขายในงานดังกล่าว มากถึง 80% เป็นยอดห้องชุดแบบมอฟฟ์ โดยจากการสำรวจความคิดเห็นลูกค้าส่วนใหญ่ ระบุว่า ต้องการคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่ไม่เล็กเกินไปส่วนบางกลุ่มต้องการห้องชุดที่มีบันได เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน แต่ที่ผ่านมาห้องชุดลักษณะนี้จะเป็นแบบดูเพล็กซ์ ซึ่งมีราคาสูงถึง 5-6 ล้านบาท เป็นระดับราคาที่คนมีบ้านหลังแรกเอื้อมถึงได้ยาก เมื่อเพอร์เฟคฯออกแบบมอฟฟ์ให้คล้ายดูเพล็กซ์ในราคา 2-4 ล้านบาททำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยทำเลที่มียอดขายที่ดีสุด คือ เกษตร-นวมินทร์ และรัชดาภิเษก รองลงมาเป็น พหลโยธินและสุขุมวิท

ด้านตลาดในครึ่งปีหลัง เชื่อว่าคอนโดมิเนียมยังคงขยายตัวต่อเนื่องแม้จะมีกระแสข่าวว่าจะลดความร้อนแรงลง เพราะความไม่แน่นอนของผังเมืองทำให้ครึ่งปีแรกยังไม่มีการซื้อที่ดินใหม่ แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ประกอบการรายใหญ่มีที่ดินพร้อมพัฒนาอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับจะเปิดตัวในช่วงใด ส่วนตลาดบ้านแนวราบ คาดว่าจะฟื้นตัวได้จริงในช่วงไตรมาส 4 เพราะลูกค้าต้องการรอดูสถานการณ์น้ำท่วมก่อน

ขณะที่ โอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์กล่าวว่า ตลาดครึ่งปีหลังคอนโดมิเนียมจะยังคงเป็นพระเอก โดย แอล.พี.เอ็น.ฯ เตรียมเปิดตัวอีก 4-5 โครงการทั้งในกรุงเทพมหานคร(กทม.) เช่น รามคำแหง 60/2 และต่างจังหวัดคาดว่าจะเปิดที่ จ.ชลบุรี อีก 1 โครงการ โดยปัจจัยที่ทำให้มั่นใจตลาดครึ่งปีหลังมากขึ้นเพราะเห็นบรรยากาศการซื้อขายในงานแคมเปญบิ๊กช็อกเมื่อปลายสัปดาห์ที่ลูกค้ากลุ่มที่อยู่จริง หรือเรียลดีมานด์ ให้ความสนใจมาก ทำให้มีลูกค้าจองซื้อโครงการรวม 3,500 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 5,000 ล้านบาท ในเวลา 4 วัน

"จากแคมเปญลุมพินีบิ๊กช็อก ที่บริษัทต้องการให้กลุ่มเป้าหมายระดับกลางถึงกลางล่าง เป็นเจ้าของบ้านหลังแรกได้ง่ายขึ้น ทำให้เห็นว่า ถ้าจับตรงจุดกลุ่มคนที่อยากมีบ้านแล้ว ไม่ว่าจะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรหรือการเมืองจะมีปัญหาหรือไม่ คนกลุ่มนี้ก็จะตัดสินใจซื้อ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตลาดคอนโดมิเนียมจึงยังเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงสูงกว่าการพัฒนาบ้านแนวราบ ยิ่งเมื่อมีคู่แข่งขันอยู่เต็มตลาดความเสี่ยงก็ยิ่งมีมากขึ้น โอกาสที่จะปั้นรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายก็เริ่มน้อยลงไปด้วย ถ้าสังเกตให้ดีผู้ประกอบการระดับบิ๊กหลายรายจึงเริ่มปรับพอร์ต ไม่โหมคอนโดมิเนียมจนมากเกินไป และเริ่มไปหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาดแนวราบ เจ้าตลาดบ้านแนวราบที่หันมารุกตลาดแนวสูงอย่างหนักในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา อย่างพฤกษา เรียลเอสเตท ก็เริ่มคิดแตกต่างออกไปโดยการเริ่มชะลอการทำตลาดแนวสูงและหันมาจับตลาดแนวราบแทน

ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า แม้ว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะยังคงจับตลาดคอนโดมิเนียมในครึ่งปีหลัง แต่พฤกษาฯ จะบุกแนวราบ โดยจะเน้นทำเลที่แตกต่างจากเดิม หาตลาดใหม่ๆ เช่นการทำบ้านเดี่ยวราคา 5.6-5.7 ล้านบาท บนทำเลพัฒนาการ-ทองหล่อ เป็นต้น

ปัจจัยที่ทำให้พฤกษาฯ ต้องคิดต่าง เพราะมองว่าแนวราบจะเป็นตัวผลักดันยอดขายได้ดีกว่าแนวสูง ซึ่งหากจะวัดว่าใครจะแพ้หรือชนะได้ในปีนี้ต้องวัดกันที่ยอดขายแนวราบ แม้ว่าบ้านแนวราบจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมาแต่ได้เริ่มฟื้นตัวมาตั้งแต่ปลายไตรมาสแรกแล้ว ส่วนทำเลที่น้ำไม่ท่วมยอดขายดีมาก ซึ่งครึ่งปีหลังบริษัทจะขยับมาบุกหนักบนทำเลโซนน้ำไม่ท่วม

การสวิตช์กลับสู่ตลาดแนวราบของบิ๊กอสังหาริมทรัพย์ ณ ขณะนี้ จึงเป็นการปรับสมดุลพอร์ตลงทุนเพื่อไม่ให้หนักไปด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งจะเสี่ยงเกินไปหากเกิดความผันผวนขึ้น และยังเป็นการหันไปปั๊มรายได้เร็วๆ จากแนวราบที่ตลาดแนวสูงอย่างคอนโดมิเนียมทำอย่างนั้นไม่ได้

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทำเลทอง ยอดนิยม "ร.ร.กวดวิชา-คอนโดฯหรู"

สุดยอดทำเล "ร.ร.กวดวิชา-คอนโดฯหรู"




          
ทำเลติดรถไฟฟ้า BTS,MRT เพิ่มความสะดวกสบาย
            ทำเล"พญาไท" วันนี้กลายเป็นทำเลมาแรงไม่แพ้ย่านใจกลางเมือง ถนนสายนี้ไม่เพียงเป็นจุดต่อเชื่อมการเดินทางรถไฟฟ้า 2 สาย "บีทีเอส-แอร์พอร์ตเรลลิงก์" ที่มีคนหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านวันละเป็นหมื่น ๆ คน กลุ่มแบรนด์ชั้นนำอสังหาฯแย่งจับจองก่อน

              จุดเด่นยังเป็น "ทำเลทอง" โรงเรียนกวดวิชาชื่อดังหลากหลายสถาบันที่แตกสาขามาจาก "สยามสแควร์-อนุสาวรีย์ชัยฯ" โดยมี "เคมี อ.อุ๊" โรงเรียนกวดวิชาเลื่องชื่อ ทุ่มเม็ดเงินร่วม 1,000 ล้านบาท จุดพลุสร้างศูนย์รวมโรงเรียนกวดวิชาชื่อดังภายใต้ "ตึกวรรณสรณ์" บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ บริเวณหัวมุมสี่แยกพญาไทเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้ลูกศิษย์ลูกหารวมถึงผู้ปกครองเรียกสั้น ๆ กันว่า "อุ๊แลนด์"

ร.ร.กวดวิชา-คอนโดฯตรึม !!

          จากการลงพื้นที่สำรวจภาคสนาม นอกจาก "อุ๊แลนด์" ของ "อนุสรณ์-อุไรวรรณ ศิวะกุล" แล้ว พบว่าโรงเรียนกวดวิชาพยายามแทรกซึมเข้ามาเปิดสาขา ทั้งเช่าตึกแถวเก่า และพื้นที่ส่วนพลาซ่าในคอนโดมิเนียมอีกนับไม่ถ้วนแบรนด์
          แน่นอนว่า กลุ่มดีเวลอปเปอร์บิ๊กแบรนด์ Condo หลายค่ายเข้ามาปักหลักพัฒนาโครงการคอนโดฯในแนวรถไฟฟ้าอย่างคึกคัก เอ่ยชื่อมีทั้งค่ายทีซีซี แคปปิตอล แลนด์ ของเสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี, กลุ่มอนันดาดีเวลลอปเม้นท์, กลุ่ม ซี.พี.แลนด์ ของเสี่ยธนินท์ เจียรวนนท์, กลุ่มเมเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์ ของตระกูลพูลวรลัก ษณ์, ค่ายโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์, กลุ่มบีทีเอสกรุ๊ป ของ เสี่ยคีรี กาญจนพาสน์ รับรองว่าการแข่งขันเพื่อช่วงชิงทำเลทองนี้ไม่มีที่สิ้นสุดแน่นอนฯลฯ

Location "แยกพญาไท" ทำเลทองทางเลือกที่ขาดไม่ได้...ติวเตอร์

http://prrealestates.blogspot.com/p/era-condo-for-sale.html
ทำเล กวดวิชา ยอดนิยม

              บริเวณ "สี่แยกพญาไท" มุ่งหน้าไปอนุสาวรีย์ชัยฯ บริเวณแยกจะเป็นแหล่งชุมทางของโรงเรียนกวดวิชาประชันหน้ากัน หัวมุมซ้ายมือเป็นศูนย์รวมนักศึกษา "แบ๊บติสต์-BSC" สอนภาษาอังกฤษ จีน 

ญีปุ่น เกาหลี
ฝั่งตรงข้ามเป็น "โรงเรียนวรรณสรณ์" location ติดกับสถานีบีทีเอสจะเป็น "โรงเรียนครูสมศรี" เจ้าเก่าในย่านนี้ ถัดมาเป็นคอนโดฯ "โนเบิลเฮ้าส์ พญาไท" ที่ปัจจุบันมีสถาบันกวดวิชาชื่อดัง "English Parks" มาเช่าเปิดสาขาใหม่

ส่วนห้องเช่ามีระดับราคา 2-3 หมื่นบาท/เดือน ติดกันเป็น "ออนดีมานด์-เอเลเวล-ร.ร.กวดวิชาก้าวใหม่ใฝ่รู้" (Further) ที่เช่าห้องแถวคนละ 2-4 ห้อง เปิดสาขาเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา

ค่ายเมเจอร์ผุด "M พญาไท" สู้ไม่ถอยย้ำทำเลดีมีชัยกว่าครึ่ง

ที่ไม่พลาดคือ คอนโดฯหรูกลุ่มเมเจอร์ "M พญาไท" มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท เปิดขายปีที่แล้ว เหลือขายกว่า 20% ขอบอกว่ามีคอนโดหรูห้องเพนต์เฮาส์ 1 ยูนิต จาก 291 ยูนิต ราคาขยับเพิ่ม 2 หมื่นบาท จาก 1.2 เป็น 1.4 แสนบาท/ตร.ม. เริ่มต้น 6.2-20 ล้านบาท/ยูนิต ตัดสินใจซื้อช่วงนี้ฟรี ! เฟอร์นิเจอร์ บวกแพ็กเกจมูลค่าสูงสุด 9 แสนบาท ก่อนจะปิดท้ายช่วงนี้ที่ "เซ็นจูรี่ มูฟวี่ พลาซ่า" ของกลุ่มเมเจอร์ฯที่ลงทุนมาหลายปี ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งทำเลช็อปปิ้งและดูหนังทั้งวัยรุ่นวัยทำงาน สูงขึ้นไปที่ชั้น 7 เป็นแหล่งรวมโรงเรียนกวดวิชาอีกแห่ง

"ไอดีโอ" ยึดริม ถ.ศรีอยุธยา

ทำเลทอง คอนโด 2555

           กลับมาที่สี่แยกพญาไท โฟกัสที่ตึก ซี.พี. เลี้ยวซ้ายแยกพญาไทไปตาม "ถนนศรีอยุธยา" โครงการพัฒนาจะคึกคัก ฝั่งตรงข้าม ร.ร.สันติราษฎร์ฯ มีคอนโดฯรุ่นบุกเบิก "พญาไทเพลส" เปิดมา 14-15 ปี ยังมีห้องคอนโดเหลือขายและเช่า ห้องคอนโดมิเนี่ยมสำหรับขาย 30 ตร.ม. ราคา 2.95 ล้านบาท ห้องใหญ่ 75 ตร.ม. ราคา 6.2 ล้านบาท ส่วนห้องเช่าทำสัญญา 1 ปีอยู่ที่ 12,000 บาท/เดือน, 6 เดือน ขายราคา 13,000 บาท/เดือน, 3 เดือน ราคา 15,000 บาท/เดือน, 2 เดือน ราคา 16,000 บาท/เดือน และ 1 เดือน ราคา 17,000 บาท

ถัดไปมีร้านเซเว่นฯ, คอนโดฯเบญจศรี, ร้าน 108 ช็อป, โครงการใหม่แกะกล่องคือ "ไอดีโอ โมบิ พญาไท" บนเนื้อที่ 1 ไร่เศษของค่ายอนันดาฯ สูง 24 ชั้น 1 อาคาร เปิดจองกุมภาพันธ์ มียอดขายกว่า 70% จาก 317 ยูนิต ราคาขายตก 138,000 บาท/ตร.ม. ตามแผนจะสร้างแล้วเสร็จต้นปี 2557

ใกล้ ๆ กันเป็นบิ๊กแบรนด์อีกราย "ดิ แอดเดรส พญาไท" ของค่ายเอเชี่ยนฯ Condo สร้างเสร็จพร้อมอยู่ กำลังปิดการขายคอนโดยูนิตสุดท้าย 141 ตร.ม. ราคา 18.5 ล้านบาท ทั้งนี้ทั้งนั้นมีห้องcondo แบบรีเซลเหลืออยู่บ้าง ขายราคา 6-8 ล้านบาท/ยูนิต ส่วนห้องแบบเช่าสนนราคา 30,000-50,000 บาท/เดือน...ขาดตัว

BTS ผุด รร.แลงแฮม

คอนโด ทำเล แยกพญาไท-เพชรบุรี

       มาที่ "แยกพญาไท-ถนนเพชรบุรี" ตลอด 2 ฝั่งคึกคักเห็นได้ชัด จากสี่แยกช่วงจุดเชื่อมบีทีเอส-แอร์พอร์ตลิงก์ มาทางฝั่ง "ถนนศรีอยุธยา" ติดกับโรงพยาบาลเดชา เป็นคอนโดหรูฯ "โนเบิล รีเวนต์" สูง 30 ชั้น 1 อาคาร 261 ยูนิต เปิดขายต้นปี 2553 ตอนนี้ขายราคาขยับ 1.2-1.3 แสนบาท/ตร.ม. กำลังก่อสร้างอยู่ ใกล้ ๆ กันมีอพาร์ตเมนต์ให้เช่าอีกหลายแห่ง

ติดบันไดรถไฟฟ้า ด้านซ้ายมือติดกับกรมปศุสัตว์ เป็นตึกแถวเก่า มีไปรษณีย์ราชเทวี, ร.ร.กวดวิชาครูภูมิ ฝั่งตรงข้ามเป็นที่ดินเปล่าล้อมรั้วของบีทีเอสกรุ๊ป ที่มีแผนจะสร้างโรงแรมแบรนด์ "แลงแฮม" คาดว่าจะเริ่มดำเนินการคอนโดหรูได้เร็ว ๆ นี้ มูลค่าลงทุนหลายพันล้านบาท ติดกันเป็นสำนักงานให้เช่า "พญาไท พลาซ่า" วิลล่า ราชเทวี ค่าเช่าแพงระยิบ

ก่อนจะบรรจบกับ "ถนนเพชรบุรี" และสถานีบีทีเอสราชเทวี จะมีcondoพร้อมอยู่ "วิลล่า ราชเทวี" ของค่ายทีซีซีฯ บริเวณด้านล่างมีซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดัง "แม็กซ์ แวลู" ไว้บริการ
เห็นแล้วต้องอิจฉา เพราะทั้ง 2 ตึกมีคนเข้าพักหนาแน่น ทั้งคนไทยและต่างชาติ มีห้องรีเซลอยู่หลายยูนิต ราคาตั้งแต่เริ่มต้น 5-10 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดห้องคอนโด ส่วนแบบเช่ามีหลายราคาให้เลือก condo studio เริ่มต้น 22,000 บาท/เดือน คอนโดขนาดใหญ่ 70,000-80,000 บาท/เดือน


ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก:คอลัมน์ เล็งทำเลโดย มิสเซอร์เวย์นสพ.ประชาชาติธุรกิจ



ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร AREA 

(ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส) 


เปิดเผยว่า AREA สำรวจโครงการ อาคารชุด คอนโด ที่แล้วเสร็จในช่วงเวลา 8-48 เดือนล่าสุด ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2555 เพื่อประเมินสถานการณ์การขาย การเปลี่ยนแปลงราคา ค่าเช่า และการเข้าอยู่อาศัย และอัตราผลตอบแทนในการลงทุน พบว่ามีจำนวนอาคารชุด คอนโด ที่สำรวจถึง 238 โครงการ ครอบคลุมหน่วยขาย 93,031 หน่วย

ทั้งนี้ ผลการสำรวจพบว่า ในจำนวน 93,031 หน่วยมีผู้เข้าอยู่แล้วถึง 65,493 หน่วย หรือ 70% ของทั้งหมด ในจำนวนนี้ เป็นห้องชุดที่มีผู้ซื้ออยู่อาศัยสูงถึง 48,319 หน่วย หรือประมาณ 74% ของผู้เข้าอยู่อาศัยแล้วเป็นผู้ซื้อ ที่เหลืออีกเพียง 26% หรือหนึ่งในสี่เป็นผู้เช่าอยู่อาศัย

ดังนั้น ในภาพรวมพบว่าห้องชุดทั้งหมดที่สำรวจ เป็นห้องชุดที่มีผู้ซื้ออยู่อาศัยเอง 52% เช่า 18% ที่เหลืออีก 30% ยังปล่อยว่างไว้ แม้แต่ห้องชุดที่สร้างเสร็จในเวลา 8-12 เดือน ก็มีผู้เข้าอยู่อาศัยมากพอสมควรแล้ว
จากข้อมูลดังกล่าว จึงอาจประมาณการได้ว่า สัดส่วน 62% ซื้ออยู่อาศัยเอง และ 38% เป็นการซื้อเพื่อการลงทุน (ขายต่อหรือให้เช่า) ซึ่งถือเป็นสัดส่วน 2 ต่อ 1 (ซื้ออยู่เองกับลงทุน)

ในแง่ผลตอบแทนการลงทุนห้องชุด condo พักอาศัยพบว่า ราคาคอนโด ห้องชุดเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 4.9% ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากการเช่าได้ปีละ 6.5% ทำให้อัตราผลตอบแทนโดยรวมกลายเป็น 11.4% ถือว่าเป็นอัตราที่น่าพึงพอใจ ดังนั้นจึงยังมีอุปสงค์หรือความต้องการซื้อห้องชุดประเภทนี้อยู่เป็นอันมาก

อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนทั้งสองกรณีนี้ยังขึ้นอยู่กับระยะเวลาการอยู่อาศัย ขนาดห้อง เช่น ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ หรือห้องที่มี1-2-3 หรือมากกว่า 3 ห้องนอน หรือแตกต่างกันไปตามราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตร ระยะทางที่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า และที่สำคัญยังแตกต่างไปตามทำเล


ทาง AREA ได้แยกทำเลการวิเคราะห์ออกเป็น 11 locationได้แก่ 


สีลม-สาทร 
ยานนาวา-สาธุประดิษฐ์ 
พระราม3-แม่น้ำ สุขุมวิทตอนต้น 
สุขุมวิทตอนปลาย พหลโยธิน-พญาไท 
รัชดา-ลาดพร้าว 
ธนบุรี-ตากสิน 
ปิ่นเกล้า-พระราม 8 รามคำแหง
แจ้งวัฒนะ-รามอินทรา

พบว่า นักลงทุนพึงให้ความสนใจต่อทำเลที่แตกต่างกันไปถึง 11 ทำเลในรายละเอียด เพราะบางทำเลมีผลการสำรวจที่แตกต่างไปจากทำเลอื่นอย่างชัดเจน ภาพรวมของสถานการณ์เป็นอย่างหนึ่ง

โดยรายละเอียดของแต่ละ location เช่น กรณีทำเลสุขุมวิทช่วงต้น มีค่าเช่าต่อตารางเมตรสูงสุดถึง 586 บาท ในขณะที่ย่านสีลม-สาทร กลับมีอัตราผลตอบแทนโดยรวมที่ต่ำมากเพียง 7.7%

          ดร.โสภณสรุปตอนท้ายว่า อาคารชุดคอนโดมิเนี่ยมพักอาศัยใจกลางเมืองยังไม่ล้นตลาด ยังมีผู้สนใจซื้อซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่แท้ (ซื้ออยู่เอง) เป็นส่วนใหญ่ โอกาสที่จะพัฒนาห้องชุดประเภทนี้ออกขายยังมี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทำเล location และองค์ประกอบอื่นในรายละเอียด




อาคารพาณิชย์กับตึกแถวต่างกันอย่างไร


อาคารพาณิชย์ต่างจากตึกแถวอย่างไร

อาคารพาณิชย์

1. "อาคารพาณิชย์" หมายความว่า และให้หมายรวมถึงอาคารอื่นใดที่ก่อสร้างห่างจากถนนหรือทางสาธารณะไม่เกิน20เมตร ซึ่ง อาจใช้เป็นอาคาร เพื่อประโยชน์ ในการ พาณิชยกรรมได้
ข้อความตรงนี้ไม่ชัดเจนและเปิดโอกาศ ให้โต้แย้งกันไม่สิ้นสุดได้ว่า อาคารที่จะขอฯนี้ อาจใช ้เป็นพาณิชยกรรมได้ และใครจะเป็นผู้กำหนดว่าอาจใช้หรือไม่อาจใช้ ให้หมายรวมถึง อาคาร ใดบ้าง
ที่นี้ " อาคารอยู่อาศัย "ที่สร้างติดถนนทั่วไป ก็อาจเป็นอาคารพาณิชย์ได้หมด ซึ่งเมื่อเป็น พาณิชยกรรม เมื่อไร ก็ต้อง
-ช่องทาง เดินในอาคาร ต้องกว้าง 1.50เมตรด้วย (ข้อ 21)
-บันได ต้อง กว้าง 1.20 (ข้อ24)
(ที่มา : สถาปนิกตอบปัญหา)

2.กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ข้อ 21
ข้อ 21 ช่องทางเดินในอาคาร ต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่าตามที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้
- อาคารพักอาศัย กว้าง 1.000 ม.
- อาคารอยู่อาศัยรวม หอพักความกฎหมายว่าด้วยหอพัก สำนักงาน อาคารสาธารณะ อาคารพาณิชย์ โรงงาน อาคารพิเศษ กว้าง 1.50 ม.

3.กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ข้อ 24
ข้อ 24 บันไดของอาคารอยู่อาศัยรวม หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก สำนักงานอาคารสาธารณะ อาคารพาณิชย์ โรงงาน และอาคารพิเศษ สำหรับที่ใช้กับชั้นที่มีพื้นที่อาคารชั้นเหนือขึ้นไป


- รวมกันไม่เกิน 300 ตารางเมตร ต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 1.20 เมตร
- แต่สำหรับบันไดของอาคารดังกล่าวที่ใช้กับชั้นที่มีพื้นที่อาคารชั้นเหนือ ขึ้นไปรวมกันเกิน 300 ตารางเมตร ต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร 


- ถ้าความกว้างสุทธิของบันไดน้อยกว่า 1.50 เมตร ต้องมีบันไดอย่างน้อยสองบันไดและแต่ละบันไดต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 1.20 เมตร


- บันไดของอาคารที่ใช้เป็นที่ชุมนุมของคนจำนวนมาก เช่น บันไดห้องประชุมหรือห้องบรรยายที่มีพื้นที่รวมกันตั้งแต่ 500 ตารางเมตรขึ้นไป หรือบันไดห้องรับประทานอาหารหรือสถานบริการที่มีพื้นที่รวมกันตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป หรือบันไดของแต่ละชั้นของอาคารนั้นที่มีพื้นที่รวมกันตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป ต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร อย่างน้อยสองบันได ถ้ามีบันไดเดียวต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 3 เมตร


- บันไดที่สูงเกิน 4 เมตร ต้องมีชานพักบันไดทุกช่วง 4 เมตร หรือน้อยกว่านั้น และระยะดิ่งจากขั้นบันไดหรือชานพักบันไดถึงส่วนต่ำสุดของอาคารที่อยู่เหนือ ขึ้นไปต้องสูงไม่น้อยกว่า 2.10 เมตร


- ชานพักบันไดและพื้นหน้าบันไดต้องมีความกว้างและความยาวไม่น้อยกว่าความกว้าง สุทธิของบันได เว้นแต่บันไดที่มีความกว้างสุทธิเกิน 2 เมตร ชานพักบันไดและพื้นหน้าบันไดจะมีความยาวไม่เกิน 2 เมตรก็ได้


- บันไดตามวรรคหนึ่งและวรรคสองต้องมีลูกตั้งสูงไม่เกิน 18 เซนติเมตร ลูกนอนเมื่อหักส่วนที่ขั้นบันไดเหลื่อมกันออกแล้วเหลือความกว้างไม่น้อยกว่า 25 เซนติเมตร และต้องมีราวบันไดกันตก 


- บันไดที่มีความกว้างสุทธิเกิน 6 เมตร และช่วงบันไดสูงเกิน 1 เมตร ต้องมีราวบันไดทั้งสองข้าง บริเวณจมูกบันไดต้องมีวัสดุกันลื่น

4.ตึกแถว (อาคารพาณิชย์) ต้องมีหน้ากว้างไม่ต่ำกว่า 4.00 ม.มีขนาดตั้งแต่ 2 คูหาขึ้นไปและต้องสร้างด้วยวัตถุทนไฟเท่านั้น

5.ชั้นล่างต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 30 ตร.ม. (4.00x7.50 ม.)

6.สร้างได้ยาวสุดไม่เกิน 24.00 ม
(เกิน 16.00 ม. ต้องมีช่องเปิดโล่ง 10% ของพื้นที่ชั้นล่าง)

7.สร้าง ได้ติดต่อกันสุงสุด 10 ห้อง (4x10=40.00 ) แล้วต้องเว้นว่าง 4.00 ม. (แยกโครงสร้างด้วย แต่ตรงนั้นสามารถทำเป็นรั้วแยกฝั่งละ 2.00 ม.ได้)

8.กันสาดด้านหน้าต้องสูงจากทางเท้าไม่น้อยกว่า 3.25 ม.

9.ระดับความสูงชั้นล่างต้องสูงกว่าพื้นทางเท้า 0.10 ม.

10.ระยะร่นหลังอาคารต้องไม่น้อยกว่า 3.00 ม.
(ทำบันไดหนีไปยื่นเข้าไปได้ไม่เกิน 1.40 ม.)

11.ด้าน ข้างหากสร้างใหม่ ต้องห่างออกมาจากที่ดินคนอื่นไม่น้อยกว่า 2.00 ม.(แม้แต่เป็นผนังทึบ)แต่หากสร้างทดแทนอาคารเดิม สามราถปลูกได้เท่ากับพื้นที่เดิม แต่ต้องไม่สูงเกิน 15.00 ม.

12.ด้านหน้า ถ้าไม่ติดทางสาธารณะต้องเว้น 6.00 ม.
หากติดทางสาธารณะที่กว้างน้อยกว่า 10.0 ม.ต้องเว้นระยะจากศูนย์กลาง
ถนนไม่ต่ำกว่า 6.00 ม
หากถนนสาธารณะกว้าง 10.00-20.00 ม.ต้องเว้น 1/10 ความกว้างถนน
หากถนนสาธารณะกว้าง 20.00 ม.ขึ้นไปต้องเว้น 2.00 จากแนวที่ดิน

13.ความสูงของตึกแถว (อาคารพาณิชย์) ชั้นล่างต้องไม่ต่ำกว่า 3.50 ม. ชั้นอื่นไม่ต่ำกว่า 3.00 ม ชั้นลอย 2.40 ม.
(ชั้นลอยไม่นับเป็นความสูงชั้น)

14.อาคารที
- สูง 4 ชั้น
- สูง 3 ชั้น แต่มีพื้นที่ดาดฟ้าเกิน 16.00 ตร.ม.
ต้องมีบันไดหนีไฟ

15.บันไดหนีไฟ
- บันไดหนีไฟสามารถยื่นเข้าไปในพื้นที่ว่าง ได้ 1.40 ม.
- ต้องก่อล้อมด้วยวัสดุทนไฟ แต่มีพื้นที่ระบายอากาศ(ช่องเปิด) รวมแล้วไม่น้อยกว่า 1.40 ตร.ม.
- ชันได้ไม่เกิน 60 องศา มีชานพักทุกชั้น
- ลูกนอนกว้างไม่น้อยกว่า 22 ซม.ยาวไม่น้อยกว่า 80 ซม.
- ประตูบันไดหนีไฟ ต้องเป็นประตูทนไฟ มีโช๊คอัพติด เปิดผลักเข้าสู่บันไดหนีไฟในชั้น 2 ขึ้นไป ชั้นล่างเปิดออกสู่ที่โล่ง
- หน้าบันไดหนีไฟต้องมีพื้นว่างยาวไม่น้อยกว่า 1.50 ม.
- มีป้ายบอกชั้น ป้ายบอกบันไดหนีไฟเรืองแสง มีไฟฉุกเฉิน

16.อาคาร สูงไม่เกิน 2300 ม. ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีลิฟท์หรือลิฟท์ดับเพลิง (แต่ในทางปฎิบัติมักใช้แค่ 5 ชั้นกรณีไม่มีลิฟท์/ 6 ชั้นขึ้นไปควรมีลิฟท์)

17.ติดตั้งระบบเตือนอัคคีภัยแสดงในแบบขออนุญาติ




การแบ่งประเภทของอาคารตามกฎกระทรวง และ เทศบัญญัตินครกรุงเทพฯ

โดยแบ่งตามลักษณะและประเภทของอาคารใช้งาน และจะอธิบายเพิ่มเติมไว้พอเข้าใจ

“บ้านแถว” หมายความว่า ห้องแถวหรือตึกแถวที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งมีที่ว่างด้านหน้าและด้านหลังระหว่างรั้วหรือแนวเขตที่ดินกับตัวอาคารแต่ละคูหา

ตึกแถว” หมายความว่า อาคารที่ก่อสร้างติดต่อกันเป็นแถวตั้งแต่สองคูหาขึ้นไป มีผนังร่วมแบ่งอาคารเป็นคูหา และประกอบด้วยวัสดุทนไฟเป็นส่วนใหญ่

“ห้องแถว” หมายความว่า อาคารที่ก่อสร้างต่อเนื่องกันเป็นแถวตั้งแต่สองคูหาขึ้นไปมีผนังร่วมแบ่งอาคารเป็นคูหา และประกอบด้วยวัสดุไม่ทนไฟเป็นส่วนใหญ่

ดังนั้น “บ้านแถว” แบ่งเป็น “ตึกแถว” กับ “ห้องแถว” แต่ว่าแตกต่างกันตรงที่ ตึกแถวทำจากวัสดุทนไฟ แต่ห้องแถว ทำจากวัสดุไม่ทนไฟ ซึ่งวัสดุทนไฟก็คือ วัสดุก่อสร้างที่ไม่เป็นเชื้อเพลิง

“บ้านแฝด” หมายความว่า อาคารที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยก่อสร้างติดต่อกันสองบ้าน มี ผนังร่วมแบ่งอาคารเป็นบ้าน มีที่ว่างระหว่างรั้วหรือแนวเขตที่ดินกับอาคารด้านหน้าด้านหลังและด้านข้างของแต่ละบ้าน และมีทางเข้าออกของแต่ละบ้านแยกจากกันเป็นสัดส่วน * มีแค่ 2 บ้านน่ะครับ ถ้าเกินกว่าสองบ้านจะเปลี่ยนประเภทเป็น บ้านแถว ไป

“โรงงาน” หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นโรงงาน ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน

“อาคารเก็บของ” หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นที่ สำหรับเก็บสินค้าหรือสิ่งของ เพื่อประโยชน์ของเจ้าของอาคารซึ่งมีปริมาตรที่ใช้เก็บของไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ การวัดความสูงเพื่อคำนวณปริมาตร ให้วัดจากพื้นชั้นนั้นถึงยอดผนังสูงสุด

“อาคารขนาดใหญ่” หมายความว่า อาคารที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้พื้นที่อาคารหรือส่วนใดของอาคารเป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลายประเภท โดยมีพื้นที่อาคาร รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันเกิน 2,000 ตารางเมตร หรืออาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไปและมีพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันเกิน 1,000 ตารางเมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

“อาคารขนาดใหญ่พิเศษ” หมายความว่า อาคารที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้พื้นที่อาคาร หรือส่วนใดของอาคารเป็นที่อยู่อาศัย หรือประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลายประเภทโดยมีพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป

“อาคารจอดรถ” หมายความว่า อาคารหรือส่วนของอาคารที่ใช้สำหรับจอดรถ ตั้งแต่ 10 คันขึ้นไป หรือมีพื้นที่จอดรถ ทางวิ่ง และที่กลับรถในอาคาร ตั้งแต่ 300 ตารางเมตรขึ้นไป




อาคารพาณิชย์” หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการพาณิชยกรรม หรือบริการธุรกิจ หรืออุตสาหกรรม ที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังการผลิตเทียบไม่เกิน 5 แรงม้า

“อาคารพิเศษ” หมายความว่า อาคารที่ต้องการมาตรฐานความมั่งคงแข็งแรงและ ความปลอดภัยเป็นพิเศษ เช่น อาคารดังต่อไปนี้
โรงมหรสพ อัฒจันทร์ หอประชุม หอสมุด หอศิลป์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หรือศาสนสถาน
อู่เรือ คานเรือ หรือท่าจอดเรือ สำหรับเรือขนาดใหญ่เกิน 100 ตันกรอส
อาคารหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสูงเกิน 15 เมตร หรือสะพานหรืออาคารหรือโครง หลังคาช่วงหนึ่งเกิน 10 เมตร หรือมีลักษณะโครงสร้างที่อาจก่อให้เกิดภยันตรายต่อสาธารณชนได้
อาคารที่เก็บวัสดุไวไฟ วัสดุระเบิด หรือวัสดุกระจายพิษหรือรังสีตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

“อาคารสรรพสินค้า” หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่มีพื้นที่สำหรับแสดงหรือขายสินค้าต่าง ๆ และมีพื้นที่ตั้งแต่ 300 ตารางเมตรขึ้นไป โดยมีการแบ่งส่วนของอาคารตามประเภทของสินค้าหรือตามเจ้าของพื้นที่ ไม่ว่าการแบ่งส่วนนั้นจะทำในลักษณะของการกั้นเป็นห้องหรือไม่ก็ตาม โดยให้หมายความรวมถึงอาคารแสดงสินค้าด้วย

“อาคารสาธารณะ” หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการชุมนุมได้โดยทั่วไปเพื่อกิจกรรมทางราชการ การเมือง การศึกษา การสังคม การศาสนา การนันทนาการ หรือการพาณิชยกรรม เช่น โรงมหรสพ หอประชุม โรงแรม โรงพยาบาล สถานศึกษา หอสมุด สนามกีฬากลางแจ้ง สถานกีฬาในร่ม ตลาด ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า สถานบริการ ท่ออากาศยาน อุโมงค์ สะพาน อาคารจอดรถ สถานีรถ ท่าจอดเรือ โป๊ะจอดเรือ สุสาน ฌาปนสถาน ศาสนสถาน เป็นต้น

“อาคารอยู่อาศัย” หมายความว่า อาคารซึ่งโดยปกติบุคคลใช้อยู่อาศัยได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัยอย่างถาวรหรือชั่วคราว

“อาคารอยู่อาศัยรวม” หมายความว่า อาคารหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคารที่ใช้ เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับหลายครอบครัว โดยแบ่งออกเป็นหน่วยแยกจากกันสำหรับแต่ละครอบครัว มีห้องน้ำ ห้องส้วม ทางเดิน ทางเข้าออก และทางขึ้นลง หรือลิฟต์แยกจากกันหรือร่วมกัน ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึงหอพักด้วย

“อาคารชุด” หมายความว่า อาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด

อาคารชุด ก็คือ คอนโด ส่วน อาคารอยู่อาศัยรวม ก็คือ อาพาทเมนท์ หรือหอพักนั้นเอง อาคารชุดอาจจะปรับเปลี่ยนเป็น อาคารอยู่อาศัยรวมได้ และอาคารอยู่อาศัยรวมโดยมากแล้วไม่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นอาคารชุดเพื่อขายได้ เพราะกฎหมายควบคุมอาคารชุดมีความเข้มข้นต่างกันมากครับ

อาคารแต่ละประเภทนั้นก็จะมีกฎหมายควบคุมอาคารที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันไป ตั้งแต่การออกแบบ, น้ำหนักบรรทุกของอาคารที่สามารถรับได้, การวางผังอาคาร และองค์ประกอบอาคารต่างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้อาคารเป็นหลัก



ส่วนการแบ่งประเภทอาคาร ตามอายุการใช้งาน อาจแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
ประเภทอาคารชั่วคราว คือ อาคารที่มีกำหนดเวลารื้อถอน อาคารสนาม หรือ อาคารที่กำหนดอายุใช้งาน 1-5 ปี
ประเภทอาคารกึ่งถาวร คือ อาคารที่สร้างขึ้นมีอายุการใช้งานไม่เกิน 15 ปี
ประเภทอาคารถาวร เช่น โรงเก็บเครื่องบิน ตึกแถว ตึกที่ทำการและอาคารต่างๆ ที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปีขึ้นไป


เครดิต: softbizplus.com
www.bloggang.com/viewblog.php?id=tzu149&date=05-09-2010&group=10&gblog=6

ผลสำรวจอสังหาริมทรัพย์ เดือนพฤษภาคม

อสังหา


       ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร AREA (ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส) เปิดเผยว่า ผลสำรวจในเดือนพฤษภาคม ภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีการเปิดตัวจำนวนโครงการลดลงจากเดือนที่ผ่านมาจำนวน 7 โครงการ แต่มีจำนวนหน่วยขายและมูลค่าโครงการเพิ่มขึ้น ในเดือนนี้มีจำนวนโครงการเปิดขายใหม่ทั้งหมด 19 โครงการ ซึ่งลักษณะการพัฒนาเป็นการพัฒนาในกลุ่มที่อยู่อาศัยทั้งหมด ในเดือนนี้มีจำนวนหน่วยขายรวม 5,604 หน่วย และมีมูลค่าการพัฒนาโครงการรวม 17,992 ล้านบาท