แรงงานขาด-การเมืองป่วน ฉุดตลาดอสังหาฯ
ปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ เผชิญหลายปัจจัยรุมเร้า จากต้นทุนค่าแรง และราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น ปลายปียังเผชิญปัญหาการเมือง แม้ต้นปีแต่ละผู้พัฒนาโครงการจะออกตัวแรงด้วยการประกาศเปิดตัวโครงการจากหลายค่าย 3 สมาคมอสังหาฯ ยังออกมาประเมินสถานการณ์ตลาดอสังหาฯ ปีหน้า ว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่ไม่สดใสนัก
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในฐานะประธานเปิดงาน "มหกรรมบ้านและคอนโด" ครั้งที่ 29 โดยระบุว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้หลายฝ่ายกังวลภาวะฟองสบู่ จากการที่ผู้ประกอบการหลายรายแข่งขันด้านราคา ทั้งไม่มีเงินดาวน์ หรือผ่อนดาวน์ต่ำเพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่ขณะนี้ผู้ประกอบการได้กำหนดอัตราการวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่เหมาะสมมากขึ้น จึงมองว่าภาคอสังหาฯ ยังมีความสดใส
"ตอนนี้เรื่องของฟองสบู่ไม่ได้น่าเป็นห่วงแล้ว ยังมีที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จและมีกำลังซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดูจากยอดขายในช่วงที่ผ่านมาที่ถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์" นายกิตติรัตน์ ระบุ
ส่วนการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่สถาบันการเงินมีความเข้มงวดมากขึ้นนั้น ถือเป็นการพิจารณาสินเชื่อด้วยความระมัดระวัง ทำให้สินเชื่อไม่เป็นปัญหาในอนาคต ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ดีขณะนี้เริ่มมีบางธนาคารที่หันไปจับกลุ่มลูกค้าที่ไม่มีรายได้ประจำ หรือมีอาชีพอิสระ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ดีที่จะช่วยให้คนกลุ่มนี้สามารถซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น
ศึกหนักปี 2557 "แรงงาน-ต้นทุนก่อสร้าง"
นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวถึงแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2557 โดยคาดว่าจะเติบโต 5% มองว่าปัจจัยลบจากตัวเลขหนี้ภาคครัวเรือน และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมีแนวโน้มผ่อนคลายลง หลังจากปีนี้หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นสัดส่วน 80% ของอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ทำให้สถาบันการเงินระมัดระวังปล่อยสินเชื่อ จึงทำให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อภาพรวมเพิ่มขึ้นจากเดิม 16-17% เพิ่มเป็น 20%
ส่วนปัจจัยที่จะส่งผลกระทบหลักต่อธุรกิจอสังหาฯ ปีหน้า ยังคงเป็นปัญหาแรงงาน โดยจะรุนแรงมากขึ้น ผลจากการขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคด้านคมนาคม ที่ต้องการใช้ผู้รับเหมาและแรงงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดปัจจุบันแรงงานทั้งระบบขาดอยู่ 1 แสนคน รวมถึงต้นทุนค่าก่อสร้าง ยังคงปรับขึ้นต่อเนื่อง ทั้งต้นทุนวัสดุก่อสร้าง คาดเพิ่มขึ้น 5% โดยเฉพาะคอนกรีตผสมเสร็จ เพราะผู้ผลิตไม่ได้มีแผนขยายเครื่องผสมปูนเพิ่มเติม
ขณะที่ราคาที่ดินปรับขึ้นมากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลต่อราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น คาดบ้านจัดสรรปรับขึ้นไม่ต่ำกว่า 5% ขณะที่คอนโดคาดจะปรับขึ้นกว่า 10% เพราะราคาที่ดินพัฒนาคอนโดจะอยู่ในเมือง หรือแนวรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นทำเลที่ราคาจะปรับสูงกว่าทำเลอื่นๆ
ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ประจำวันที่ 15 พ.ย. 56 (http://www.bangkokbiznews.com/)

นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ที่พักอาศัยแนวสูงหรือคอนโดมิเนียมยังคงมีกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะปี 2555 ที่ผ่านมา นับเป็นปีทองของตลาดคอนโดมิเนียม โดยมีห้องชุดเข้าสู่ตลาดจำนวน 64,835 ยูนิต เพิ่มขึ้นถึง 45% จากปี 2554 เป็นผลมาจากการที่ผู้ประกอบการทยอยเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มีการขยายตัวและมีกาลังซื้อสูงขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยประเมินว่า ตลาดคอนโดมิเนียม ปี 2556 จะยังมีทิศทางเติบโตต่อไปได้ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ามีโครงการใหม่เตรียมเข้าสู่ตลาดไม่น้อยกว่า 90 โครงการ หรือราว 60,000 ยูนิต
ทั้งนี้ จากการสำรวจตลาดคอนโดมิเนียม ปี 2555 ของฝ่ายวิจัยและพัฒนา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ใน 8 พื้นที่ (ยกเว้นพื้นที่รอบนอก เช่น พื้นที่ นนทบุรี, มีนบุรี, รามคำแหง) มีการเปิดใหม่สูงขึ้นถึง 24% มาอยู่ที่ 59,009 ยูนิต สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่ยังคงมองหาที่อยู่อาศัยในลักษณะห้องชุดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ที่ขยายตัวได้ดีจะอยู่บริเวณแนวรถไฟฟ้าเป็นหลัก เช่น พื้นที่ธนบุรี เติบโต 126% มาอยู่ที่ 8,072 ยูนิต และพื้นที่สุขุมวิทรอบนอก เติบโต 56% มาอยู่ที่ 17,487 ยูนิต เป็นต้น ส่วนยอดขายห้องชุด พบว่ามีการตอบรับสูงถึง 37,127 ยูนิต เพิ่มขึ้นถึง 47% จากปี 2554 นับเป็นการทำยอดขายที่มีสถิติสูงสุดในรอบ 8 ปี ที่ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้ทำการสำรวจ แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตลาดคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นผลมาจากเทรนด์ที่พักอาศัยแนวสูงซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการ ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทำให้กำลังซื้อปรับตัวสูงขึ้นรองรับโครงการเปิดใหม่ที่เปิดตัวอย่างหนาแน่นได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าพื้นที่ธนบุรีเติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่าพื้นที่อื่นๆ คือ การที่บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ สามารถทำการปิดการขายโครงการดีคอนโด แคมปัส รีสอร์ท ราชพฤกษ์-จรัญฯ 13 จำนวน 586 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,030 ล้านบาท ได้อย่างรวดเร็ว
เครดิต: นสพ.บ้านเมือง
ธอส.ชี้ห้องชุด สร้างเสร็จ จดทะเบียนใหม่เขต กทม.-ปริมณฑล
กว่า 3 หมื่นหน่วย ขานรับแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2555
คอนโดมิเนียมมาแรง !!!!!!
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ ปี 2555 หลังเหตุการณ์มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ ส่งผลความนิยมซื้อคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น โดยมีจำนวนห้องชุดสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในเขต กทม.และปริมณฑล รวม 34,051 หน่วย
แต่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยปี 2554 กลับลดลง 20% จากปี 2553 เหลือประมาณ 315,000 ล้านบาท จากยอดรวมปี 2553 มีมูลค่า 392,200 ล้านบาท ซึ่งที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ทุกประเภทรวมกันของปี 2554 ลดลง 24% จากประมาณ 107,000 หน่วย เมื่อปี 2553 เหลือประมาณ 81,500 หน่วย
กูรูชี้ ทำเลบ้าน-คอนโด ไม่กลัวน้ำ
"อสังหา"ฉบับปีมังกรทอง
"อสังหา"กูรูชี้ทำเลบ้าน-คอนโด ไม่กลัวน้ำ
โฟกัสราคาที่ดินปี
2555
จากผลการสำรวจวิจัยของ
เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตทฯ พบว่า ราคาที่ดินในเขต
กทม.และปริมณฑลยังคงเพิ่มขึ้นอีก 5% ส่วนราคาที่ดินใจกลางเมืองที่มีรถไฟฟ้าผ่านจะพุ่งขึ้นไม่ต่ำกว่า
12-15% แม้ว่าหลายพื้นที่จะประสบภัยน้ำท่วมก็ตาม
ปีที่ผ่านมาแปลงที่ดินที่มีราคาสูงสุด คือ สยามพารากอน สยามสแควร์ และ
พื้นที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าชิดลม–รถไฟฟ้าเพลินจิต ประเมินเป็นมูลค่าได้ถึง 1.4
ล้านบาทต่อตารางวา
(ตร.ว.) หรือไร่ละ 560 ล้านบาท เทียบกับปี 53 เพิ่มขึ้นถึง 17% ภายในเวลา 1
ปี
นางพัชรา ตัณฑยรรยง นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ตลาดรับสร้างบ้านช่วงไตรมาสแรกปีนี้ มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน หลังจากได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากปัญหาน้ำท่วมปลายปีที่ผ่านมาทำให้ยอดขายชะลอตัว โดยคาดว่าปี 2555 นี้ ตลาดรวมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีมูลค่าประมาณ 1.15 หมื่นล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 15% จาก 1 หมื่นล้านบาท ในปี 2554 ที่ผ่านมา
“สมาคมมั่นใจว่าตลาดในปีนี้จะเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน เพราะมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีจากปริมาณความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น เช่นการจัดงานรับสร้างบ้าน Focus เมื่อ 1-7 มี.ค.ที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายได้ถึง 481 ล้านบาท มากกว่าปีที่แล้วที่ทำได้ 420 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นประมาณ 15%”